คุณครู.คอม
.









Online: 14 user(s)

ตั้งแต่ 3 กุมภาพันธ์ 2541



ตรวจสอบแทรคไปรษณีย์ไทย

domain register Admin Only

ทดสอบความเร็วอินเตอร์เน็ต

ตรวจสอบไอพี(IP check for locate)

..
     


    :  เกี่ยวกับเราคุณครู.คอม
หมวด: สุขภาพ
ภาวะไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดสูงจะทำอย่างไร
08-10-2016 เข้าชมแล้ว: 963
ผมไปตรวจสุขภาพประจำปี เมื่อมาอ่านรายงานผลการตรวจแล้วต้องตกใจ เมื่อพบว่า Cholesterol  เกินค่ามาตรฐาน แต่ก็พอรับได้
เพราะเกินไม่มากเกินแค่ 58 เอง  แต่เจ้า triglyceride นี่สิเกินมา 121 เลย และมันมีอันตรายด้วย  เมื่อปีที่แล้ว ผมไปตรวจที่เดียวกัน
ก้ไม่เห็นจะเกิน มันเป็นเพราะเหตุใด มาดูข้อมูลและวิเคราะห์สาเหตุ ครับ



ตรวจเมื่อ  7 ตุลาคม 2559
   ที่ติ๊กสีแดงคือมีปัญหา H=สูงกว่ามาตรฐาน L=ต่ำกว่ามาตรฐาน


3 มีนาคม 2558    ค่า triglyceride 168  ไม่เกินมาตรฐาน  ค่ามาตรฐานคือ <200  แต่ปี 2559 ค่า 321 เกินมาตรฐาน 121 เลย ครับ
(เคยเจอคนที่สูงเป็น800-1000 แบบนี้อันตรายมาก)

    รู้จักไตรกลีเซอไรด์



    ไตรกลีเซอไรด์ คืออนุภาคไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้นในตับ มีขนาดเบาบางและเล็กมาก จึงไม่น่าแปลกที่ใครบางคนบอกว่า
อยู่เฉยๆ ร่างกายก็ผลิตไตรกลีเซอไรด์ แต่ไขมันชนิดนี้ยังเพิ่มพูนในร่างกายของเราได้จากอาหารที่เรากินเข้าไปด้วย

    อาหารประเภทไขมันโดยส่วนใหญ่จะมีไขมันไตรกลีเซอไรด์ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันพืช ไขมันสัตว์ หรือไขมันที่ซ่อนอยู่ในเนื้อ นม หรืออาหารอื่นๆ
ที่เรานึกไม่ถึงว่าจะมีไขมันซ่อนอยู่ด้วย เมื่อเรากินอาหารประเภทนี้เข้าไป ร่างกายจะดูดซึมแล้วก็ขนส่งไตรกลีเซอไรด์ผ่านเลือด
ส่งไปยังเซลล์ต่างๆ ที่ต้องการพลังงาน ไตรกลีเซอไรด์ที่มากเกินไปจะถูกส่งไปเก็บไว้ที่เนื้อเยื่อไขมัน (body fat) แล้วพอกพูน
ตามส่วนต่างๆ ของร่างกายจนร่างกายอ้วนขึ้น

    โดยปกติร่างกายขจัดไตรกลีเซอไรด์ออกจากเลือดได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่สองสามชั่วโมงหลังจากการกินอาหาร ไขมันไตรกลีเซอไรด์
ส่วนใหญ่ก็ถูกขจัดออกจากเลือดเข้าสู่เซลล์ได้แล้ว คนทั่วไปจึงมีไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดไม่สูง คือประมาณ
50-150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร แต่ถ้าตรวจเลือดหลังอดอาหารมาแล้ว 8-12 ชั่วโมง พบว่าไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงกว่า 200 มิลลิกรัม
ต่อเดซิลิตรขึ้นไป แสดงว่าร่างกายมีปัญหาในการขจัดไตรกลีเซอไรด์


    ไตรกลีเซอไรด์กับสุขภาพ



    การสะสมของไตรกลีเซอไรด์ในกระแสเลือดที่มากผิดปกติ จะทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด อัมพาต อัมพฤกษ์
เช่นเดียวกับการมีโคเลสเตอรอลในเลือดสูง ทั้งนี้เพราะไตรกลีเซอไรด์ปริมาณสูงทำให้เลือดข้นเหนียวขึ้น เกิดการจับตัวกันเป็นลิ่ม
และอุดหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะหัวใจและสมอง นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่าคนที่มีไตรกลีเซอไรด์สูง
เป็นเวลานานจะทำให้ระดับเอชดีแอลโคเลสเตอรอล (HDL) ซึ่งเป็นโคเลสเตอรอลที่ดีในเลือดลดต่ำลงด้วย ดังนั้นไตรกลีเซอไรด์
ในเลือดที่สูงร่วมกับเอชดีแอลต่ำ จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

    นอกจากนี้ ระดับไตรกลีเซอไรด์ที่สูงมากๆ อาจจะทำให้เกิดโรคตับอ่อนอักเสบได้ ในผู้หญิงระดับไตรกลีเซอไรด์ที่สูงทำให้มี
ความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมสูงขึ้นด้วย เพราะไตรกลีเซอไรด์ที่สูงจะไปกระตุ้นให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ไหลเวียนอยู่สูงขึ้นด้วย
ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของการเป็นมะเร็งเต้านม

    ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงได้อย่างไร

    ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงผิดปกติเกิดจากการกินอาหารไม่ถูกสัดส่วน ได้รับพลังงานหรือแคลอรีมากเกินไป กินอาหารที่มีไขมันหรือ
ขนมหวานในปริมาณมาก ทำให้ร่างกายสร้างไตรกลีเซอไรด์แล้วขับเข้าสู่กระแสเลือดมากเกินไป การดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
 ก็จะไปกระตุ้นตับให้ผลิตไตรกลีเซอไรด์มากขึ้นเช่นกัน และยังทำให้การเคลื่อนย้ายไขมันออกจากเลือดได้ช้ากว่าปกติด้วย

    ภาวะไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง ยังพบได้บ่อยในคนอ้วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งอ้วนแบบพุงกะทิคนที่เป็นโรคไต โรคเบาหวานชนิดที่สอง
หรือชนิดไม่พึ่งอินซูลิน คนที่เป็นโรคต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยและคนที่เป็นโรคตับ
ทั้งนี้เพราะกลไกการย่อยสลายไตรกลีเซอไรด์ในเลือดเปลี่ยนแปลงไป

    บางคนที่มีไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงที่เกิดจากความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ เช่น ร่างกายขาดเอนไซม์ที่ย่อยไตรกลีเซอไรด์
จึงขจัดไตรกลีเซอไรด์ได้ช้าผิดปกติ คนกลุ่มนี้มักมีค่าไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงมากอาจสูงได้ถึง 800-1,000 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

    การกินยาบางชนิดอาจทำให้ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงขึ้นได้ เช่น ยาขับปัสสาวะไธอาไซด์ ฮอร์โมนเพศหญิง
ยาคุมกำเนิดบางชนิด ในกลุ่มนี้การหยุดกินยาดังกล่าวจะทำให้ไตรกลีเซอไรด์ลดลงเป็นปกติได้


    การควบคุมระดับไตรกลีเซอไรด์

   ดังที่กล่าวมาแล้วสาเหตุสำคัญที่ทำให้ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง คือการกินอาหารไม่ถูกสัดส่วน กินอาหารพวกแป้งและน้ำตาลมากเกินไป
จนเป็นพลังงานส่วนเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ ทำให้เกิดภาวะอ้วน มีการสร้างและย่อยสลายไตรกลีเซอไรด์ผิดปกติ ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้
ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง จึงควร งดหรือลดการกินของหวานหรืออาหารที่มีน้ำตาลมาก เช่น เครื่องดื่มน้ำอัดลม เครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาล
ปริมาณมาก ขนมขบเคี้ยวต่างๆ ขนมทองหยิบทองหยอด ฝอยทอง คุกกี้ ไอศกรีม เป็นต้น สำหรับอาหารพวกข้าว ก๋วยเตี๋ยว ซึ่งเป็นอาหารหลัก
คนที่กินมากกว่า 4 ทัพพีต่อมื้อ ถ้าไม่ใช่คนที่ออกกำลังกายหนักมากควรลดปริมาณลง ให้เหลือไม่เกิน 2-3 ทัพพีต่อมื้อ

    ร่างกายจะสร้างไตรกลีเซอไรด์มากขึ้นถ้าได้รับพลังงานจากอาหารมากเกินไป ดังนั้น การรู้จักกินและแบ่งมื้ออาหารเพื่อให้มีการกระจาย
พลังงานให้เหมาะสม จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากในการควบคุมระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด กล่าวคือควรกินอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อ
ไม่ควรงดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง โดยเฉพาะอาหารมื้อเช้า และควรกินอาหารมื้อเช้าให้อิ่ม เพราะพลังงานที่ได้จากอาหารจะถูกนำไปใช้ใน
การทำกิจกรรมต่างๆ ตลอดวัน ในปัจจุบันคนทั่วไปมีความเร่งรีบ จึงมักงดเว้นหรือกินอาหารเช้าเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ควรคำนึง
ไว้เสมอว่า กินอาหารมื้อเช้าให้ได้พลังงานประมาณ 1 ใน 4 ของพลังงานที่ควรได้ใน 1 วัน ซึ่งเท่ากับปริมาณพลังงานที่ควรได้รับ
ในอาหารมื้อเย็น ที่เหลือประมาณครึ่งหนึ่งควรได้จากมื้อกลางวัน และอาหารว่างเล็กๆ ในตอนสายและบ่าย การแบ่งพลังงานทั้งวันเช่นนี้
สอดคล้องกับการที่ร่างกายต้องใช้พลังงานในการดำเนินชีวิต ทำให้ไม่มีพลังงานเหลือที่จะนำไปสร้างเป็นไตรกลีเซอไรด์
ซึ่งจะนำปัญหาสุขภาพมาสู่เรา



    การลดอาหารไขมันลงก็ช่วยทำให้ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดลดลงได้ ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารทอดหรือผัดที่ใช้น้ำมันมาก
ในการประกอบอาหาร รวมทั้งไขมันสัตว์ต่างๆ ยกเว้นไขมันจากปลาทะเลที่มีกรดไขมันโอเมกา 3 (omega-3) การศึกษาวิจัยพบว่า
กรดไขมันโอเมกา ช่วยลดการสังเคราะห์ไตรกลีเซอไรด์ในตับได้ ดังนั้นใครที่มีปัญหาไตรกลีเซอไรด์สูง หากได้ กินปลาทะเลที่มีไขมัน
โอเมกา 3 สูง ปรุงด้วยวิธีการนึ่ง 2-3 มื้อต่อสัปดาห์ จะช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ในเลือดได้ค่อนข้างดี แต่ทั้งนี้ต้องลดการกินไขมันโดยรวม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งไขมันที่ได้จากสัตว์บกลงด้วย มิฉะนั้นกินอาหารที่มีไขมันโอเมกา 3 ไปก็ไม่ทันกับไขมันที่รับเพิ่มขึ้นในร่างกาย

    คนที่มีไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง ถ้ามีน้ำหนักตัวเกินหรืออ้วนควรพยายามลดน้ำหนักตัวลงบ้าง การลดน้ำหนักไม่ได้หมายความว่า
จะต้องลดน้ำหนักจนกระทั่งผอมแห้งอย่างกับดารานางแบบ เพียงแต่พยายามลดน้ำหนักตัวลงให้ได้ร้อยละ 5-10 จากน้ำหนักเดิม เช่น
คุณน้ำหนัก 90 กิโลกรัม ก็ควรลดน้ำหนักสัก 4-9 กิโลกรัม ไม่ต้องหักโหมลดน้ำหนักให้เหลือเพียง 70 กิโลกรัมในทันที การลดน้ำหนัก
ที่ดีที่สุดคือ การควบคุมปริมาณอาหารที่กินอย่าให้มากเกินไป ร่วมกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

    สำหรับคนที่ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงจากโรคบางอย่าง ควรควบคุมหรือรักษาโรคนั้นๆ ควบคู่กันไป เช่น ไตรกลีเซอไรด์สูง
จากภาวะเบาหวานประเภทที่สอง การลดไตรกลีเซอไรด์ทำได้โดยการพยายามคุมระดับน้ำตาลในเลือด ให้เป็นปกติควบคู่กันไปนั่นเอง
หรือในกรณีที่ไตรกลีเซอไรด์สูงจากภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ การลดไตรกลีเซอไรด์ทำได้โดยการรักษาด้วยฮอร์โมนไทรอยด์ด้วย

    สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ การงดสูบบุหรี่และลดการดื่มเบียร์ เหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ ทำให้ตับสร้างไตรกลีเซอไรด์
น้อยลง และการขจัดไขมันในเลือดได้ดีขึ้น จึงเป็นตัวช่วยที่สำคัญในการป้องกันไม่ให้ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง

สรุปได้ว่าสาเหตุที่ เกินเพราะ รับประทานอาหารจำพวกแป้ง (ข้าวเหนียว)และอาหารเนื้อสัตว์ประเภทมีไขมัน เช่นเนื้อหมูติดมัน
อาหารประเภททอดด้วยน้ำมันพืช มากเกินไป ทางแก้ไข คือ ลดอาหารประเภทแป้งมาก
และกินผักผลไม้ ออกกำลังกายกลางแจ้งทุกวัน





หมวด: สุขภาพ
»การระวังรักษาข้อเข่าเสื่อม
08-01-2017
»“มันเทศ” คุณค่าเพียบ เผย “สีม่วง” สารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี
03-01-2017
»ภาวะไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดสูงจะทำอย่างไร
08-10-2016
»การดื่ม “น้ำแร่” อาจเป็นการกระตุ้นให้ความดันโลหิตสูง
06-10-2016
»ประโยชน์กล้วยหอมทอง
02-10-2016
»ประโยชน์ของการดื่มเบียร์
01-10-2016
»ฟอกปอดให้สะอาดด้วยของ 4 ชนิด
14-09-2016
»มะเร็งตับอ่อน และท่อน้ำดี ก็หายได้ด้วยฟักข้าวเป็นพระเอก
13-08-2016
»กัญชารักษามะเร็ง!! เปิดประสบการณ์ลับ ผู้ป่วยมะเร็งตับ หมอบอกตายแน่ แต่กัญชาช่วยไว้ได้!
11-08-2016
»เตือน! ออกกำลังตอนเช้าทั้งที่ท้องยังว่าง เสี่ยงตับพัง พอๆ กับคนกินเหล้า
19-04-2016
»4 อาหารต้องห้าม ทำแก่ไม่รู้ตัว
05-04-2016
»แพทย์ญี่ปุ่นชี้ อดข้าวเช้าเสี่ยงความดันสูง,เส้นเลือดแตก
04-03-2016
»อาหารที่ไม่ตวรรับประทานบ่อย 10 อย่าง
29-02-2016
»5 เหตุผลชวนเดินออกกำลัง 9,900 ก้าวต่อวัน
11-11-2015
»พฤติกรรมเนือยนิ่ง นั่งทำงาน นอนเล่นมือถือ ไม่เคลื่อนไหว เสี่ยงตายก่อนวัย ป่วยโรค NCDs
09-09-2015
»4 วิธีไล่มดได้ผล แบบไม่ต้องฆ่า
27-05-2015
»วันความดันโลหิตสูงโลก
17-05-2015
»เห็ดเข็มทองอาหารมหัศจรรย์
10-05-2015
»คอเรสเตอรอล กินได้ ไม่มีปัญหา
02-05-2015
»ออกกำลังกายเวลาไหนดี
17-03-2015
»"รางจืด" ช่วยล้างท้องคนกินยาฆ่าแมลงฆ่าตัวตาย
03-03-2015
»เมล็ดทานตะวันและเมล็ดฟักทอง
14-02-2015
»เรื่องกล้วย ๆ แต่ไม่ธรรมดา
10-02-2015
»แร่ใยหิน อันตราย
30-01-2015
»ชาเขียวขวดน้ำตาลเพียบ แนะชงดื่มเองร้อนๆ แบบเข้มข้น
15-01-2015
»5 กฏเหล็ก หน้าเด็ก สั่งได้
07-01-2015
»โรคหัวใจขาดเลือด ตาย 4 ใน 10
07-01-2015
»อยากดั้งโด่ง
07-01-2015
»ลดน้ำหนักด้วยกล้วยหอม
04-01-2015
»อย่าดื่มเหล้าคลายหนาว
21-12-2014
»10 เคล็ดวิธีปิ้งย่างปลอดภัย ไม่ต้องกลัวมะเร็ง
17-12-2014
»แมคคาเดเมีย ราชาแห่งถั่ว ธัญพืชเพื่อสุขภาพ
13-12-2014
»ความดันโลหิต ทำไมต้องมีตัวเลขสองค่า
01-12-2014
»บุหรี่ไฟฟ้ามีสารก่อมะเร็งมากกว่าบุหรี่ธรรมดา 10 เท่า
28-11-2014
»น้ำมันมะกอก
24-11-2014
»ว่านหางจรเข้
24-11-2014
»ระวัง เด็ก ๆก็เป็นเบาหวานได้
16-11-2014
»ใครอยากเลิกเหล้า อ่านงานวิจัยนี้
24-10-2014
»เกสรผึ้ง
20-10-2014
»สารพิษผักผลไม้ในห้างเกินมาตรฐาน
21-08-2014
»นอนหัวค่ำ หน้าอ่อน สมองแจ่มใส
21-08-2014
»น้ำเสาวรส และประโยชน์มหาศาล
05-07-2014
»ดื่มน้ำจากขวดพลาสติกตากแดดเสี่ยงมะเร็ง แค่เรื่องลวง
03-06-2014
»5 สมุนไพรไทยพิชิตความดันโลหิตสูง
19-05-2014
»ผู้ชอบกินทุเรียนควรรู้
09-05-2014
»หลอดไฟตะเกียบสุขภาพ
19-04-2014
»บำบัดอาการคอตกหมอนหรืออาการปวดเมื่อยต้นคอ
19-02-2014
»ฝึกทำสมาธิ ยาอายุวัฒนะใกล้ตัว ช่วยสุขภาพดี หน้าอ่อนกว่าวัย
14-02-2014
»นักวิชาการไต้หวันแนะสร้างเครือข่ายรู้คุณค่าการกินผัก-ผลไม้ ชี้กินอย่างน้อย 400 กรัมต่อวัน
05-02-2014
»7 วิธีกินปิ้งย่างให้ห่างมะเร็ง พบหมักเนื้อด้วย มะนาว ช่วยได้
01-02-2014
 
หน้าแรก  เกี่ยวกับเราคุณครู.คอม


คุณครู.คอม ขอแสดงเจตนาว่าทุกข้อความใน เว็บไซต์นี้ให้คัดลอกได้
ไม่จำกัด เพื่อเป็นวิทยาทาน เพื่อการศึกษาเท่านั้น . .

email  kunkroo@gmail.com


kkwebv56   Copyright©2017 kunkroo.com
Development from SMEweb 1.5f By คุณครู.คอม