คุณครู.คอม
.









Online: 12 user(s)

ตั้งแต่ 3 กุมภาพันธ์ 2541



ตรวจสอบแทรคไปรษณีย์ไทย

domain register Admin Only

ทดสอบความเร็วอินเตอร์เน็ต

ตรวจสอบไอพี(IP check for locate)

..
     


    :  เกี่ยวกับเราคุณครู.คอม
หมวด: สุขภาพ
การระวังรักษาข้อเข่าเสื่อม
08-01-2017 เข้าชมแล้ว: 922

        จากสถิติของผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อในประเทศไทยของมูลนิธิโรคข้อ พบว่าในปี 2549 ไทยมีผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมมากกว่า 6 ล้านคนและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี
จากเดิมโรคข้อเข่าเสื่อมจะพบในผู้สูงอายุ แต่ทุกวันนี้พบผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมในอายุน้อยลง เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงและปัจจัยเสริมหลายๆอย่างประกอบกัน
      
       นพ.รณศักดิ์ มงคลรังสฤษฎ์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อการผ่าตัดข้อเข่าและข้อสะโพกเทียม โรงพยาบาลเวชธานี ได้อธิบายถึงโรคข้อเข่าเสื่อมว่า
ข้อเข่าถือเป็นข้อที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายและเป็นข้อที่รับน้ำหนักของร่างกาย ข้อเข่าจะประกอบไปด้วยกระดูกต้นขา กระดูกหน้าแข้ง และกระดูกลูกสะบ้า
บริเวณส่วนปลายของกระดูกจะมีกระดูกอ่อนซึ่งทำหน้าที่เป็นผิวข้อเข่า หน้าที่กระดูกอ่อนหรือกระดูกผิวข้อจะมีหน้าที่รับน้ำหนัก ช่วยให้การขยับของข้อ
จะเรียบและลื่น โรคข้อเข่าเสื่อมคือการที่ผิวกระดูกอ่อนสึก ทำให้เวลาขยับจะเกิดการเสียดสีกันระหว่างกระดูกทำให้มีอาการอักเสบและมีอาการปวดตามมา
      
       ปัจจัยที่ทำให้ข้อเข่าเสื่อม
      
       1.อายุ ในผู้ที่อายุมากจะเป็นการเสื่อมไปตามกาลเวลา
      
       2.น้ำหนัก เราพบว่าผู้ป่วยที่เป็นข้อเข่าเสื่อมมักจะมีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน
      
       3.การใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การยกของหนักมากๆ หรือการขึ้นลงบันได โดยไม่จำเป็นและท่านั่งต่างๆที่เราต้องงอเข่าเยอะ
      
       4.เคยมีการบาดเจ็บบริเวณข้อเข่ามาก่อน เช่น กระดูกหัก เส้นเอ็น หรือ หมอนรองข้องเข่าฉีกขาด
      
       อาการของข้อเข่าเสื่อม
      

       อาการเริ่มต้นจะรู้สึกติดๆ ตึงๆ หากเป็นมากขึ้นจะมีอาการปวด โดยอาการปวดจะเป็นหลังจากใช้เข่านาน เช่น เดินนานๆ ขึ้นลงบันไดเยอะ หากเป็นมากขึ้น
อาการปวดจะเป็นรุนแรงเพิ่มขึ้น ถี่ขึ้น จนบางครั้งแค่ขยับก็ปวดแล้วไม่จำเป็นต้องไปยืนหรือไปเดินนานๆหรือมีอาการปวดขณะนอนด้วย
ซึ่งจะทำให้รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก
      
       การดูแลตัวเองของผู้ที่มีโอกาสเสี่ยง
      
       1.ปรับปรุงการใช้ข้อเข่าที่จะมีผลกระทบ
      
       2.ควรควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เกินเกณฑ์มาตรฐาน
      
       3.การออกกำลังกาย ควรจะเน้นการออกกำลังกายที่มีผลกระทบต่อข้อเข่าน้อย เช่น การเดินเบาๆ การปั่นจักรยาน หรือการว่ายน้ำ
      
       การรักษาจะมีอยู่ 2 วิธี ได้แก่
      
       1.การใช้ยา จะมียาหลักๆ อยู่ 2 กลุ่ม ได้แก่ ยาแก้ปวด จะรับประทานเป็นครั้งคราว และ ยาชะลออาการข้อเข่าเสื่อม
      
       2.การผ่าตัด แบ่งเป็นการผ่าตัด 3 วิธี ได้แก่
      
       2.1 การผ่าตัดส่องกล้องเข้าไปล้างเศษกระดูกอ่อนที่หลุดลอยซึ่งส่งผลให้เกิดอาการปวด
       2.2 การผ่าตัดจัดแนวกระดูก
       2.3 การผ่าตัดข้อเข่าเทียม ซึ่งในปัจจุบันถือเป็นวิธีที่ประสบความสำเร็จที่สุด
      
       อย่างไรก็ตาม แม้การดูแลข้อเข่าจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ไม่เกิดโรคข้อเข่าเสื่อมแล้ว ยังมีกล้ามเนื้อที่สำคัญที่สุดอีกกล้ามเนื้อหนึ่งที่ช่วย คือ กล้ามเนื้อต้นขา
ซึ่งเราสามารฝึกกล้ามมัดหลักเพื่อช่วยพยุงตัวและลดแรงที่มากระทำต่อเข่าได้ โดยการเหยียดขากระดกข้อเท้าและเกร็งไว้ ซึ่งจะทำให้รู้สึกเกร็งบริเวณต้นขา
การฝึกดังกล่าวก็จะช่วยให้ลดภาวะโรคข้อเข่าเสื่อมได้ด้วยเช่นกัน
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์





หมวด: สุขภาพ
»การระวังรักษาข้อเข่าเสื่อม
08-01-2017
»“มันเทศ” คุณค่าเพียบ เผย “สีม่วง” สารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี
03-01-2017
»ภาวะไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดสูงจะทำอย่างไร
08-10-2016
»การดื่ม “น้ำแร่” อาจเป็นการกระตุ้นให้ความดันโลหิตสูง
06-10-2016
»ประโยชน์กล้วยหอมทอง
02-10-2016
»ประโยชน์ของการดื่มเบียร์
01-10-2016
»ฟอกปอดให้สะอาดด้วยของ 4 ชนิด
14-09-2016
»มะเร็งตับอ่อน และท่อน้ำดี ก็หายได้ด้วยฟักข้าวเป็นพระเอก
13-08-2016
»กัญชารักษามะเร็ง!! เปิดประสบการณ์ลับ ผู้ป่วยมะเร็งตับ หมอบอกตายแน่ แต่กัญชาช่วยไว้ได้!
11-08-2016
»เตือน! ออกกำลังตอนเช้าทั้งที่ท้องยังว่าง เสี่ยงตับพัง พอๆ กับคนกินเหล้า
19-04-2016
»4 อาหารต้องห้าม ทำแก่ไม่รู้ตัว
05-04-2016
»แพทย์ญี่ปุ่นชี้ อดข้าวเช้าเสี่ยงความดันสูง,เส้นเลือดแตก
04-03-2016
»อาหารที่ไม่ตวรรับประทานบ่อย 10 อย่าง
29-02-2016
»5 เหตุผลชวนเดินออกกำลัง 9,900 ก้าวต่อวัน
11-11-2015
»พฤติกรรมเนือยนิ่ง นั่งทำงาน นอนเล่นมือถือ ไม่เคลื่อนไหว เสี่ยงตายก่อนวัย ป่วยโรค NCDs
09-09-2015
»4 วิธีไล่มดได้ผล แบบไม่ต้องฆ่า
27-05-2015
»วันความดันโลหิตสูงโลก
17-05-2015
»เห็ดเข็มทองอาหารมหัศจรรย์
10-05-2015
»คอเรสเตอรอล กินได้ ไม่มีปัญหา
02-05-2015
»ออกกำลังกายเวลาไหนดี
17-03-2015
»"รางจืด" ช่วยล้างท้องคนกินยาฆ่าแมลงฆ่าตัวตาย
03-03-2015
»เมล็ดทานตะวันและเมล็ดฟักทอง
14-02-2015
»เรื่องกล้วย ๆ แต่ไม่ธรรมดา
10-02-2015
»แร่ใยหิน อันตราย
30-01-2015
»ชาเขียวขวดน้ำตาลเพียบ แนะชงดื่มเองร้อนๆ แบบเข้มข้น
15-01-2015
»5 กฏเหล็ก หน้าเด็ก สั่งได้
07-01-2015
»โรคหัวใจขาดเลือด ตาย 4 ใน 10
07-01-2015
»อยากดั้งโด่ง
07-01-2015
»ลดน้ำหนักด้วยกล้วยหอม
04-01-2015
»อย่าดื่มเหล้าคลายหนาว
21-12-2014
»10 เคล็ดวิธีปิ้งย่างปลอดภัย ไม่ต้องกลัวมะเร็ง
17-12-2014
»แมคคาเดเมีย ราชาแห่งถั่ว ธัญพืชเพื่อสุขภาพ
13-12-2014
»ความดันโลหิต ทำไมต้องมีตัวเลขสองค่า
01-12-2014
»บุหรี่ไฟฟ้ามีสารก่อมะเร็งมากกว่าบุหรี่ธรรมดา 10 เท่า
28-11-2014
»น้ำมันมะกอก
24-11-2014
»ว่านหางจรเข้
24-11-2014
»ระวัง เด็ก ๆก็เป็นเบาหวานได้
16-11-2014
»ใครอยากเลิกเหล้า อ่านงานวิจัยนี้
24-10-2014
»เกสรผึ้ง
20-10-2014
»สารพิษผักผลไม้ในห้างเกินมาตรฐาน
21-08-2014
»นอนหัวค่ำ หน้าอ่อน สมองแจ่มใส
21-08-2014
»น้ำเสาวรส และประโยชน์มหาศาล
05-07-2014
»ดื่มน้ำจากขวดพลาสติกตากแดดเสี่ยงมะเร็ง แค่เรื่องลวง
03-06-2014
»5 สมุนไพรไทยพิชิตความดันโลหิตสูง
19-05-2014
»ผู้ชอบกินทุเรียนควรรู้
09-05-2014
»หลอดไฟตะเกียบสุขภาพ
19-04-2014
»บำบัดอาการคอตกหมอนหรืออาการปวดเมื่อยต้นคอ
19-02-2014
»ฝึกทำสมาธิ ยาอายุวัฒนะใกล้ตัว ช่วยสุขภาพดี หน้าอ่อนกว่าวัย
14-02-2014
»นักวิชาการไต้หวันแนะสร้างเครือข่ายรู้คุณค่าการกินผัก-ผลไม้ ชี้กินอย่างน้อย 400 กรัมต่อวัน
05-02-2014
»7 วิธีกินปิ้งย่างให้ห่างมะเร็ง พบหมักเนื้อด้วย มะนาว ช่วยได้
01-02-2014
 
หน้าแรก  เกี่ยวกับเราคุณครู.คอม


คุณครู.คอม ขอแสดงเจตนาว่าทุกข้อความใน เว็บไซต์นี้ให้คัดลอกได้
ไม่จำกัด เพื่อเป็นวิทยาทาน เพื่อการศึกษาเท่านั้น . .

email  kunkroo@gmail.com


kkwebv56   Copyright©2017 kunkroo.com
Development from SMEweb 1.5f By คุณครู.คอม