การประเมินตนเองของสถานศึกษา
สำหรับรองรับการประเมินภายนอก

องค์ประกอบของเนื้อหาในรายงานบทสรุปการประเมินตนเองของสถานศึกษา

ที่จัดทำเสนอ สมศ. เป็นรายงานสรุปผลการดำเนินการงานตามเกณฑ์มาตรฐานที่สถานศึกษากำหนดขึ้นเอง
โดยมีองค์ประกอบหลักของเนื้อหาตามที่กำหนดซึ่งจำแนกเป็น 4 ตอน คือ (1) ข้อมูลพื้นฐาน (2) สภาพการดำเนินงาน
ของสถานศึกษา (3) ผลการประเมินตามมาตรฐานการศึกษา และ (4) แนวทางการพัฒนาสถานศึกษาในอนาคต

1. ข้อมูลพื้นฐาน

1.1 สิ่งที่ต้องรายงาน
(1) ข้อมูลเกี่ยวกับสถานศึกษา
ชื่อสถานศึกษา ที่ตั้ง สังกัดสถานศึกษา
(2) ข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียน
ระดับการศึกษาที่ให้บริการ จำนวนนักเรียน จำแนกตามระดับการศึกษา/ชั้นเรียน จำนวนชั้นเรียน ฯลฯ
(3) ข้อมูลเกี่ยวกับครู/บุคลากร
จำนวนครู จำนวนบุคลากร วุฒิการศึกษาของครู ประสบการณ์ทำงาน ฯลฯ
(4) ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากร
ลักษณะอาคารสถานที่ (จำนวนอาคาร ห้องเรียน ห้องสมุด อื่น ๆ ) จำนวนงบประมาณรายรับ รายจ่าย (แหล่งที่มาของรายรับ) การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายจำแนกตามประเภทรายจ่าย (เงินเดือน งบดำเนินการบงลงทุน ฯลฯ) ฯลฯ
(5) ข้อมูลเกี่ยวกับชุมชน
ขนาดประชากรในเขตพื้นที่บริการ ศาสนา อาชีพ สภาพเศรษฐกิจ (รายได้ต่อหัว ต่อปี) สภาพสังคม/ชุมชน (ชีวิตความเป็นอยู่
ระดับความสัมพันธ์ระหว่าง สถานศึกษากับชุมชน ระดับความเข้มแข็งของชุมชน) ฯลฯ
(6) เกียรติยศชื่อเสียง / จุดเด่นของสถานศึกษา
1.2 วิธีการรายงาน
สถานศึกษาจัดทำรายงานโดยมีสาระพอเข้าใจ กระชับ เนื้อหาไม่ควรเกิน 1-2 หน้า หากมีมากกว่านี้และคิดว่าจำเป็นให้นำเสนอ
ในภาคผนวก รายละเอียดของข้อมูลประกอบการพิจารณาขอให้จัดเตรียมไว้ที่สถานศึกษาหรือนำเสนอเป็นเอกสารประกอบ สมศ.
จะกลังคืนให้เมื่อใช้เสร็จ

2. สภาพการดำเนินงานของสถานศึกษา

2.1 สิ่งที่ต้องรายงาน

(1) วิสัยทัศน์ของสถานศึกษา เป้าหมายของสถานศึกษา
(2) แนวคิดหลักหรือวิธีการที่สถานศึกษาใช้ในการนำไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ
(3) ระบบโครงสร้างบริหารสถานศึกษา
(4) ลักษณะของการดำเนินงาน
2.2 วิธีการรายงาน
อธิบายแนวทางการบริหารสถานศึกษาโดยภาพรวมที่จะทำให้เป้าหมายของสถานศึกษาบรรลุผลและวิธีการที่ใช้ในการสร้าง
ความตระหนักและจิตสำนึก (awareness) แก่บุคลากรในการพัฒนาสถานศึกษา

3. ผลการประเมินตามมาตรฐานการศึกษา

3.1 สิ่งที่ต้องรายงาน
(1) วิธีการพัฒนา / กิจกรรมที่สถานศึกษาได้ดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายและวิธีการที่ใช้ในการประเมินผลการดำเนินงาน
ตามมาตรฐานที่กำหนดแต่ละมาตรฐาน
(2) ผลการดำเนินงานตามวิธีการพัฒนาหรือกิจกรรมที่สถานศึกษากำหนด (attempt) และสัมฤทธิผล (achievement) ของการ
ดำเนินงานภายใต้แต่ละมาตรฐาน
(3) แนวทางการพัฒนาปรับปรุงการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุผลตามเป้าหมายภายใต้แต่ละมาตรฐาน
3.2 วิธีการรายงาน
ในรอบแรงของการประเมินภายนอกคณะรัฐมนตรีได้กำหนดมาตรฐานการศึกษาชาติ : ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำหรับตรวจสอบ
สถานศึกษา มาตรฐานดัดกล่าวมีจำนวน 3 ด้าน จำแนกเป็นมาตรฐานย่อย 14 มาตรฐาน สถานศึกษาควรจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานของตนเองให้ครบถ้วนตามมาตรฐานการศึกษาที่กำหนด
เนื่องจากสถานศึกษาและหน่วยงานต้นสังกัดมีการกำหนดมาตรฐานการศึกษาของตนเองเพื่อใช้เป็นหลักเทียบในการดำเนินงาน มาตรฐานการศึกษาในรายงานประจำปีหรือรายงานผลการประเมินตนเองที่สถานศึกษาจัดทำขึ้นเสนอหน่วยงาต้นสังกัดในแต่ละปี
อาจไม่สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาชาติ ดังนั้น ในรายงานสรุปผลการประเมินตนเองที่สถานศึกษาจัดทำขึ้นเพื่อนรองรับ
การประเมินภายนอกจึงไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับตาม
มาตรฐานการศึกษาชาติ แต่ให้มีการจัดหมวดหมู่ของการรายงานสรุปผลการประเมินใหม่ โดยยังคงมีสาระของผลการประเมิน
ครบถ้วนตามมาตรฐานการศึกษาชาติดังต่อไปนี้ (1) มาตรฐานที่เกี่ยวกับผู้เรียน (2) มาตรฐานที่เกี่ยวกับครู (3) มาตรฐานที่เกี่ยวกับ
ผู้บริหาร (4) มาตรฐานอื่นๆ (ตามที่สถานศึกษาหรือหน่วยงานต้นสังกัดกำหนด

4. แนวทางการพัฒนาสถานศึกษาในอนาคต

4.1 สิ่งที่ต้องรายงาน
(1) ผลการประเมินตามมาตรฐานโดยสรุปรวม
(2) จุดแข็ง จุดอ่อน ของสถานศึกษา
(3) แผนพัฒนาสถานศึกษาโดยกำหนดตารางเวลาการดำเนินงานที่คาดว่าจะแล้วเสร็จ
(4) สิ่งที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
4.2 วิธีการรายงาน
สรุปผลการประเมินตามมาตรฐานการศึกษาในภาพรวม ชี้ให้เห็นจุดแข็งและจุดอ่อนของ
การดำเนินงาน จุดเน้นสำคัญของสาระอยู่ที่แผนพัฒนาสถานศึกษาในอนาคต โดยระบุแผนการดำเนินงานเพื่อรักษาจุดแข็งหรือ
พัฒนาให้ดียิ่งขึ้นและแนวทางการปรับปรุงแก้ไขจุดอ่อน

ภาคผนวก


สถานศึกษาอาจนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติม ลักษณะโครงการ / กิจกรรมพิเศษที่เด่น ๆ ของสถานศึกษา เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา
ไม่ควรเกิน 5-10 หน้า

 


ตัวอย่าง

บทสรุปการประเมินตนเองของสถานศึกษา
ข้อมูลพื้นฐาน
โรงเรียน…………………………………….ตั้งอยู่ที่…………..ถนน………………………
ตำบล……………………….อำเภอ………………………..จังหวัด………..………………………
(โทรศัพท์.…………………………….) สังกัด……………………………………....……………

โรงเรียนเปิดให้บริการตั้งแต่ระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 มีนักเรียน 741 คน แต่ละชั้นปีมี 3 ห้องเรียน รวมทั้งหมด 18 ห้อง ๆ
ละประมาณ 40 คน นักเรียนเพศชายมีจำนวน 414 คน เพศหญิง 327 คน
ครูอาจารย์ในโรงเรียนมีจำนวน 20 คน เพศหญิงจำนวน 13 คน เพศชายจำนวน 7 คน
ผู้ทีมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีมีจำนวน 16 คน อีก 4 คน มีวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรี อายุเฉลี่ยของครูประมาณ 42 ปี ประสบการณ์การทำงานของครูโดยเฉลี่ย 18 ปี มีเจ้าหน้าที่ธุรการ 2 คน
นักการภารโรง 2 คน ยามรักษาความปลอดภัย 1 คน
จำนวนอาคารเรียนมี 2 หลัง เป็นอาคารไม้ ขนาด 2 ชั้น 1 หลัง และอาคารคอนกรีตขนาด 2 ชั้น 1 หลัง สนามกีฬาหน้าโรงเรียน
1 สนาม มีห้องสมุดเล็ก ๆ 1 ห้อง ไม่มีห้องพยาบาล แต่ดัดแปลงห้องพักครูส่วนหนึ่งสำหรับเป็นห้องพักนักเรียนที่ป่วย มีโรงอาหาร
1 โรง อยู่ชั้นล่างใต้อาคาร
ในปีงบประมาณ 2543 โรงเรียนได้รับงบประมาณจากรัฐประมาณ 2,500,000 บาท
ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากชุมชนจำนวน
20,000 บาท งบประมาณเหล่านี้ได้ใช้จ่ายเพื่อเงินเดือนครูประมาณ 2,000,000 บาท
การจัดการเรียนการสอน 400,000 บาท
การพัฒนาด้านกายภาพ 100,000 บาท

 

โรงเรียนมีเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับใช้งานธุรการจำนวน 3 เครื่อง แต่ไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ สำหรับนักเรียน มีห้อง
Sound lab สำหรับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ 1 ห้อง
ลักษณะของชุมชนที่โรงเรียนตั้งอยู่ มีประชากรประมาณ 50,000 คน ประชาชนร้อยละ 95 นับถือศาสนาพุทธ ส่วนใหญ่มีอาชีพ
เกษตรกรรม สภาพเศรษฐกิจค่อนข้างยากจน รายได้ของประชาชนต่อหัวเท่ากับ 30,000 บาทต่อปี ชุมชนมีความสัมพันธ์กับ
สถานศึกษาค่อนข้างดี แต่มีส่วนร่วมในการบริหารการจัดการสถานศึกษาค่อนข้างน้อยสภาพชุมชนมีการแพร่ระบาดของยาเสพติด
ในกลุ่มเยาวชนปานกลาง
โรงเรียนมีผลงานดีเด่นด้านการส่งเสริมทะนุบำรุงศาสนาและวัฒนธรรมแก่นักเรียน โดยได้รับประกาศเกียรติคุณยกย่องจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติกระทรวงศึกษาธิการในปี พ.ศ 2542

2. สภาพการดำเนินงานของสถานศึกษา
2.1 วิสัยทัศน์และเป้าหมายของโรงเรียน
วิสัยทัศน์ ของโรงเรียน คือ "สถานศึกษาจะดำเนินทุกวิถี่ทางที่จะพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพด้านความรู้ด้านวิชาการและคุณธรรม
ตลอดจนร่างกาย อารมณ์ จิตใจ และสังคม เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข" ในการกำหนดวิสัยทัศน์ของโรงเรียนจะมีการสำรวจสภาพความต้องการของชุมชนและท้องถิ่นประกอบการกำหนดวิสัยทัศน์ของ
โรงเรียนปีละครั้ง
เป้าหมายของโรงเรียน คือการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพแก่นักเรียนโดยให้โอกาสเท่าเทียมกันเพื่อให้นักเรียนที่สำเร็จการศึกษา
จากสถานศึกษามีทักษะความสามารถในการดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างเป็นสุข
ปรัชญาการจัดการศึกษา สถานศึกษาเน้นการจัดการศึกษาที่สนองความต้องการของผู้เรียนและท้องถิ่น พัฒนาสมรรถภาพด้าน
การเขียน อ่าน ฟัง พูด การคิดที่ดี เป็นระบบ ด้วยวิธีการจัดการเรียนการสอนแบบผู้เรียนเป็นสำคัญ พัฒนานักเรียนให้เต็มตาม
ศักยภาพที่มี โดยยึดหลัก " ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง"

2.2 แนวคิดหลักของการพัฒนาโรงเรียน
แนวคิดหลักที่โรงเรียนใช้ในการบริหารจัดการคือ การทำงานแบบมีส่วนร่วม โดยมีการร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ ของ
บุคลากรทุกระดับและทุกฝ่าย บริหารงานตาวงจรการทำงานแบบ PDCA (Plan,Do,Check,Act) ในทุกกิจกรรมที่มีการดำเนิน
งานจะมีการกำกับ ติดตามประเมินการทำงานเป็นระยะ ๆ โดยผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการและรายงานใหู้รู้
เกี่ยวข้องทราบ ทั้งนี้จุดเริ่มต้นสำคัญที่โรงเรียนใช้ดำเนินงาน คือ การสร้างความตระหนักและจิตสำนึก (awareness) ที่ดีต่อการพัฒนาสถานศึกษาแก่บุคลากรทุกคน

2.3 ระบบโครงสร้างบริหาร
โรงเรียนมีการแบ่งโครงสร้างบริหารออกเป็น 4 งาน ได้แก่ งานวิชาการ งานบุคลากร งาน
ธุรการและการเงิน งานปกครอง โดยมีผู้ช่วยผู้บริหารรับผิดชอบดูแลการบริหาร 2 คน นอกจากนี้ยังมี คณะกรรมการโรงเรียน
ประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 10 คน มีการประชุมเดือนละครั้งเป็นอย่างน้อย คณะกรรมการเหล่านี้มีหน้าที่กำหนดแผนงานการ
พัฒนาโรงเรียน มีการติดตามการดำเนินงาน และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
2.4 ลักษณะของการบริหารงาน
โรงเรียนจัดทำแผนการปฏิบัติการประจำปี โดยมีเป้าหมายการดำเนินงานที่เน้นผลงานตามมาตรฐานการศึกษา 3 ด้าน คือ
ด้านที่เกี่ยวกับผู้เรียน ด้านที่เกี่ยวกับครู ด้านที่เกี่ยวกับผู้บริหาร
มาตรฐานด้านที่เกี่ยวกับผู้เรียน มีเป้าหมายการดำเนินงานเน้นการพัฒนานักเรียนหลายด้าน ได้แก่ (1) ด้านความรู้วิชาการ
(2) ด้านสุขภาพซึ่งรวมทั้งการดูแลสุขภาพและป้องกันตนเองจากสิ่งเสพย์ติดและอบายมุข (3) ด้านคุณธรรมและจริยธรรม และ
(4) ด้านอื่นๆ ได้แก่ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ทักษะการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองและการพัฒนาตนเอง ทักษะ
การทำงาน การมีสุนทรียภาพทางดนตรี กีฬา และศิลปะ เป็นต้น
มาตรฐานด้านที่เกี่ยวกับครู มีเป้าหมายการดำเนินงาน คือ การมีครูที่มีความสามารถในการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญและการมีครูเพียงพอและได้ปฏิบัติงานตามความถนัด
มาตรฐานด้านที่เกี่ยวกับผู้บริหาร มีเป้าหมายการดำเนินงาน คือ การพัฒนาให้ผู้บริหารมีภาวะผู้นำและมีความสามารถใน
การบริหารจัดการ มีการจัดองค์กร/โครงสร้างและการบริหารอย่างเป็นระบบ ครบวงจร มีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนท
ี่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และมีการจัดหลักสูตรที่เหมาะสมกับผู้เรียนและท้องถิ่น และมีการบริหารจัดการที่เป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับชุมชน
วิธีการดำเนินงาน
(1) การวางแผนงานของสถานศึกษา ใช้การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมโดยผู้บริหาร ครู เจ้หน้าที่ นักเรียน และชุมชนมีส่วนในการวางแผนพัฒนาสถานศึกษาโรงเรียนและชุมชนมีการกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานภายใต้
แต่ละมาตรฐานว่า ต้องการให้เกิดสัมฤทธิผลในด้านใด ระดับใด มีการกำหนเกณฑ์มาตรฐานสำหรับตัดสินระดับความสำเร็จ
มีการวางแผนกิจกรรม โครงการ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติโดยผู้เกี่ยวข้องเป็นผู้เสนอแผนปฏิบัติการ ตลอดจนกระบวนการกำกับ
ติดตาม
(2) การนำแผนสู่การปฏิบัติ กำหนดปฏิทินปฏิบัติงาน และการดำเนินงานตามแผน มีกลไกลการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ
จากผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นระยะ ๆ ตาม ตารางที่กำหนด และมีการรายงานผลความก้าวหน้าทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษร
โดยจัดการประชุม
(3) การตรวจสอบติดตาม มีการวางแผนระบบประเมินตนเองแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ โรงเรียนมีการตั้ง
คณะกรรมการควบคุมกำกับ นิเทศ และประเมินการดำเนินงาน และรายงานผลต่อที่ประชุม
(4) การพัฒนาปรับปรุงแก้ไขปฏิบัติงาน มีการนำผลการประเมินมาจัดทำเป็นรายงานผลการประเมินตนเอง (Self-Study Report)เผยแพร่ให้ผู้เกี่ยวข้องทราบเป็นลายลักษณ์อักษรและการจัดประชุมเพื่อระดมความคิดเกี่ยวกับการวางแผนพัฒนา
สานศึกษาต่อไป มีการดำเนินงานภาคเรียนละครั้งหรือปีละ 2 ครั้ง หากผลการประเมินปรากฏว่ามาตรฐานการศึกษาด้านใดหรือข้อใดมีผลการดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด โรงเรียนจะให้ผู้เกี่ยวข้องจัดทำแผนพัฒนาปรับปรุง โดยมีการกำหนดยุทธวิธี แผนปฏิบัติการ ระยะเวลาการดำเนินงาน ทรัพยากรที่ใช้ในการดำเนินงานและวิธีการติดตามประเมินผล แผนพัฒนาปรับปรุงดังกล่าวจะเสนอต่อคณะรรมการโรงเรียน
พิจารณาและขอรับการสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรในการดำเนินงาน และต้องการให้ชุมชนช่วยเหลือ
ในแต่ละเดือนโรงเรียนจัดให้มีการประชุมครูเดือนละครั้งเพื่อตรวจสอบการดำเนินการ และประชุมหารือประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเพื่อหาทางแก้ไขและป้องกันปัญหา
3. ผลการประเมินตามมาตรฐานการศึกษาชาติ
3.1 มาตรฐานด้านผู้เรียน
3.1.1 ความรู้และทักษะที่ทำเป็นตามหลักสูตร
วิธีการพัฒนา

โรงเรียนมีการบริหารจัดการที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามเป้าหมายที่กำหนด โดยมีการใช้หลักสูตรของ
กระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียนยังไม่สามารถพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นสำหรับใช้ในโรงเรียนได้เอง แต่มีแผนจะดำเนินการใน
ปี พ.ศ. 2546

โรงเรียนมีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยมีการวางแผนให้ครูสอนในระดับชั้นเดียวกันมาวางแผนการจัดการเรียนการสอนร่วมกันและมีการประชุมแลกเปลี่ยน
ความคิดเห็นในการจัดกิจกรรมการเรียน การจัดทำสื่อการศึกษา การประเมินผลการเรียนการสอน การซ่อมเสริม และการพัฒนาเทคนิคการเรียนการสอนโดยใช้การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน
นอกจากนี้โรงเรียนกำลังอยู่ระหว่างการทดลองจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ในรูปแบบของการพัฒนาการศึกษา
ทั้งโรงเรียน (Schoolwide project) ลักษณะของการดำเนินงานจะเปิดโอกาสครูทั้งโรงเรียนมาวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียน
การสอนร่วมกัน มีการจัดการเรียนการสอนในลักษณะบูรณาการ มีการออกแบบโครงงาน และวิธีการประเมินนักเรียนที่มีความ
หลากหลาย และมีการส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียน
ในด้านการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีการประเมินความก้าวหน้าโดยใช้เทคนิควิธีการประเมินผลตามสภาพจริง เช่น
การประเมินแฟ้มผลงาน การทดสอบย่อย การสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน การประเมินผลผู้เรียนตอนปลายภาคเรียนการศึกษาใช้แบบสอบที่ครูในโรงเรียนร่วมกันจัดทำ สำหรับการสอบในระดับชั้นประโยค
คือ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นั้น มีการใช้แบบสอบของกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการซึ่งใช้ทดสอบนักเรียนทั่วประเทศ และมีการวิเคราะห์คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนระดับโรงเรียนกลุ่มโรงเรียน เขตพื้นที่ และระดับประเทศ
ในระหว่างการเรียนการสอนมีการตรวจเยี่ยมสังเกตการสอนในห้องเรียนโดยผู้ช่วยผู้บริหาร หัวหน้าสายชั้นหรือผู้ได้รับมอบหมาย ครูผู้สอนได้รับการสังเกตการสอนภาคเรียนละ 2 ครั้ง และมีการเสนอผลการประเมินในที่ประชุมเพื่ออภิปรายร่วมกัน
ในกลุ่มนักเรียนชั้น ป. 5 - 6 จะมีการใช้แบบประเมินการสอนโดยนักเรียนสำหรับเก็บข้อมูลการปฏิบัติงานของครู ทั้งนี้มีการวางระบบให้ครูมีการประเมินตนเองด้วย
ผลการดำเนินงาน
ผลการประเมินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครูพบว่าครูประมาณร้อยละ 70 ยังใช้วิธีการสอนแบบบรรยาย จากการสังเกตพฤติกรรมการสอนในห้องเรียนพบว่าครูใช้สื่อการสอนน้อย และไม่สามารถจัดกิจกรรมที่สนองความสนใจ
ของนักเรียนเท่าทีควร นอกจากนี้ยังพบว่าการเรียนการสอนยังไม่เป็นบูรณาการและไม่ได้เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มว่าสถานศึกษาจะประสบความสำเร็จทีสามารถพัฒนาความรู้ความสามารถให้กับครูเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน
ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญได้ดี เนื่องจากพฤติกรรมการสอนของครูมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่สอดคล้องกับแนวปฏิรูปมากขึ้น
สัมฤทธิ์ผลของการดำเนินงาน
ผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้น ป. 6 ในแต่ละวิชาปรากฎในตารางที่ 1 นักเรียนในโรงเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนค่อนข้างดีในวิชาภาษาไทยและวิทยาศาสตร์ โดยมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุดกว่า
คะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ วิชาที่ต้องปรับปรุง คือ ภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์ สำหรับทักษะการสื่อสารนั้นพบว่า นักเรียนของโรงเรียนอยู่ในเกณฑ์ที่ใกล้เคียงกับคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ

ตารางที่ 1 คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ควรรู้จำแนกตาม
วิชาและทักษะที่จำเป็นปีการศึกษา 2543
วิชาการ คะแนนเฉลี่ย (%)
ภาษาไทย โรงเรียน กลุ่ม ร.ร เขตพื้นที่ ประเทศ
คณิตศาสตร์ 72 68 65 64
วิทยาศาสตร์ 45 44 52 53
ภาษาอังกฤษ 61 59 61 59
การสื่อสาร 65 60 62 66

ข้อมูลในตาราง แสดงพัฒนาการของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในช่วง 4 ปี ที่ผ่านมา ระหว่าง พ.ศ .2540-2543 โดยใช้ข้อสอบของโรงเรียนเองซึ่งจำแนกตามวิชาหลัก 4 วิชา ได้แก่ วิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ
ข้อมูลที่นำเสนอในตารางที่ 2 เป็นผลสัมฤทธิ์ที่แสดงการพัฒนาการทางการเรียนของนักเรียนชั้น ป.3 และ ป. 6 ผลปรากฏว่า
พัฒนาการของนักเรียนใน 4 วิชายังสรุปได้ไม่ชัดเจนทั้ง 2 ชั้นปี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยเฉลี่ยมีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะ
เพิ่มขึ้นและลดลงในบางปี (ดูกราฟประกอบ ) ยกเว้นวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นป.3 มี แนวโน้มว่าจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ
โดยสรุปรวมสัมฤทธิ์ของผลการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานนี้พบว่าเมื่อเปรียบเทียบกับนักเรียนทั่วประเทศ ความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับวิชาวิทยาศาสตร์และภาษาไทย อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ เช่นเดียวกับทักษะการสื่อสารที่พบว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจเช่นกันในขณะที่ความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นวิชาหลักต้องปรับปรุงเนื่องจากคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยาระดับประเทศ และพัฒนาการทางการเรียนใน
แต่ละวิชายังไม่เห็นผลชัดเจน ต้องเร่งพัฒนาให้สูงขึ้นกว่าเดิม
แนวทางการพัฒนาปรับปรุง
โรงเรียนมีแผนการพัฒนาครูอาจารย์โดยการจัดอบรมครูเพื่อพัฒนาทักษะการจัดการเรียนการสอนที่เน้นที่ผู้เรียนเป็นสำคัญ และมีแผนพัฒนาครูด้านความรู้ทางวิชาการด้วยนอกเหนือจากด้านเทคนิคการจัดการเรียนการสอนเพียงอย่างเดียว สำหรับการพัฒนาความรู้ของนักเรียนด้านภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์ โรงเรียนมีการจัดทำโครงการจัดทำขอความร่วมมือ
กับสถาบัน……. โดยขอความอนุเคราะห์อาจารย์เข้ามาพัฒนาความรู้แก่ครูผู้สอน และจัดทำสื่อการเรียนการสอนสำหรับ 2 วิชานี้ แผนพัฒนาดังกล่าวจะดำเนินการไปได้ในปีการศึกษา 2545 ขณะนี้มีการเจรจาทำสัญญาตกลงร่วมกันเรียบร้อยแล้ว โรงเรียนกำหนดเป้าหมายว่านักเรียนจะมีคะแนนเฉลี่ยในทุกวิชาอยู่ในระดับร้อยละ 70 สำหรับวิชาภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์
ส่วนภาษาไทย และวิทยาศาสตร์ นั้น ตั้งเกณฑ์ไว้ร้อยละ 80 ในปีการศึกษา 2546
3.1.2 สุขนิสัย สุขภาพกาย และสุขภาพจิตที่ดี
วิธีการพัฒนา
โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพนักเรียนโดยมีการจัดบริการให้ดื่มนมฟรีทุกวัน มีอาหารกลางวันที่ดำเนินการโดยโรงเรียน จัดจำหน่ายโดยคิดเป็นค่าอาหารกลางวันรายเดือน มีการตรวจสุขภาพภาคเรียนละครั้ง มีบริการให้คำปรึกษา โดยมีครู
ได้รับมอบหมาย 1 คน ให้รับผิดชอบงานด้านนี้ แต่ไม่มีห้องให้คำปรึกษาโดยเฉพาะ
โรงเรียนมีการจัดทำบัตรสุขภาพ เพื่อบันทึกผลการตรวจสุขภาพของนักเรียนทุกคน และจัดเก็บไว้ที่อาจารย์ที่ได้รับมอบหมาย
ให้รับผิดชอบ มีการจัดทำสถิติการรายงานน้ำหนัก ส่วนสูงของนักเรียนโดยภาพรวมปีละครั้ง บันทึกสถิติการเจ็บป่วยของนักเรียนใ
นแต่ละเดือน และทำรายงานสรุปภาคการศึกษาละครั้ง มีระบบส่งต่อผู้ป่วย ในกรณีที่นักเรียนได้รับบาดเจ็บ หรือมีอาการเจ็บป่วย
ที่รุนแรง จะนำส่งสถานีอนามัยในชุมชนใกล้โรงเรียน
โรงเรียนมีระบบดูแลป้องกันยาเสพย์ติด โดยการให้ครูสังเกตพฤติกรรมนักเรียน และเก็บข้อมูลโดยละเอียดสำหรับผู้ต้องสงสัย จัดทำรายงานเสนอผู้บริหารและผู้ปกครองของนักเรียน ในกรณีที่มีปัญหาการติดยา จะมีการบำบัดรักษาหากจำเป็นต้องจะให้
พักการเรียนชั่วคราวจนกว่าจะหาย นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมในโรงเรียน โดยจัดงาน "วันต้านยาเสพย์ติด" โดยให้ครูและนักเรียนร่วมกันจัดนิทรรศการรณรงค์ป้องกันยาเสพย์ติด เชิญผู้ปกครองเข้ามาร่วมงานในโรงเรียน กิจกรรมน
ี้ดำเนินการปีละครั้ง เริ่มเมื่อปี พ.ศ. 252
ในวิชาพลศึกษา ครูผู้สอนมีการทดสอบสมรรถภาพนักเรียน ผู้ใดมีสมรรถภาพไม่เป็นไปตามเกณฑ์จะมีการแนะนำในด้านดูแลส่งเสริมสุขภาพและสมรรถภาพมีการติดตามทดสอบผล
เป็นระยะ ๆ ครูที่รับผิดชอบสอนวิชาพลานามัยและสุขศึกษาจะร่วมกันรับผิดชอบดูแลนักเรียนที่มีปัญหาสุขภาพ และมีการ
ให้ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติได้จริง
ผลการดำเนินงาน
การจัดบริการให้เด็กดื่มนมเป็นประจำพบว่าโดยภาพรวมประสบผลสำเร็จโรงเรียนสามารถจัดหานมมาให้นักเรียนดื่มได้ครบ
เป็นประจำทุกวัน มีนักเรียนประมาณร้อยละ 5 ที่มีปัญหาไม่ชอบดื่มนม สำหรับการบริหารจัดการเกี่ยวกับอาหารกลางวันแก่นักเรียนไม่พบปัญหาภาวะทุพโภชนาการ นักเรียนได้รับคุณค่าอาหารครบ 5 หมู่ โรงเรียนมีครูดูแลรายการอาหารแต่ละวัน สิ่งที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน คือ การจัดทำข้อมูลสถิติเกี่ยวกับสุขภาพของนักเรียนเพื่อเป็นสารสนเทศสำหรับการบริหารเนื่องจากครูไม่มีเวลา
โรงเรียนได้รับความร่วมมือกับพ่อแม่ผู้ปกครองดีมากในการสอดส่องดูแลพฤติกรรมของนักเรียนเกี่ยวกับยาเสพย์ติด โครงการ
"วันต้านยาเสพย์ติด" ผู้ปกครองและนักเรียนเข้าร่วมงานดังกล่าวมาก และเห็นควรให้จัดเป็นโครงการต่อเนื่องทุกปี
สัมฤทธิ์ผลของการดำเนินงาน
แม้โรงเรียนตั้งอยู่ในชุมชนที่มีปัญหาการระบาดของยาเสพย์ติด แต่นักเรียนของโรงเรียนปลอดยาเสพย์ติด 100% นอกจากนี้
ยังมีสุขภาพแข็งแรง อัตราการลาป่วยน้อยมาก ในแต่ละวันมีผู้ป่วยหรือลาป่วยประมาณร้อยละ 1-2 ของนักเรียนทั้งหมด
นักเรียนมีสุขภาพแข็งแรง ผู้ที่มีน้ำหนักส่วนสูงตามเกณฑ์มาตรฐานมีประมาณรัอยละ 92 ส่วนใหญ่มีสุขภาพจิตดี แจ่มใส ร่าเริง นอกจากนี้ยังมีสมรรถภาพทางกายอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจถึงร้อยละ 95 (รายละเอียดปรากฏอยู่ในรายงานเกี่ยวกับสถิติน้ำหนักส่วนสูง
ซึ่งจัดเตรียมไว้ที่โรงเรียน)
ผลการสำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารของนักเรียนพบว่านักเรียนร้อยละ 75 มีนิสัยรับประทานอาหารไม่ถูกต้อง ชอบรับประทานอาหารประเภทขบเคี้ยว ขนมถุงและของหมักดอง นิสัยในการบริโภคดังกล่าวมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มสูงขึ้น
แนวทางการพัฒนาปรับปรุง
ปัจจุบันโรงเรียนมีนโยบายไม่ให้มีการจำหน่ายอาหารหรือขนมถุงที่ไม่มี่ประโนยชน์ และกวดขันการซื้ออาหารหน้าโรงเรียนตอน
เลิกเรียน นอกจากนี้ได้หารือกับครูอาจารย์ที่รับผิดชอบในการสอนวิชาสุขศึกษา ให้เน้นการดูแลเอาใจใส่สุขภาพของตนเองโดยเฉพาะด้านการบริโภคอาหารที่เป็นประโยชน์ มีการบันทึกถึงทางบ้านให้ร่วมมือกับโรงเรียนในการกวดขันพฤติกรรมการบริโภคของหลานด้วย จะมีการประเมินผลอีกครั้ง
ในปลายปีของปีการศึกษานี้
3.1.3 คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์์

วิธีการดำเนินการ
โรงเรียนมีการจัดการเรียนการสอนที่มีการสอนแทรกคุณธรรมในวิชาทีเรียนทุก ๆ วิชา โดยมีการประชุมปฏิบัติการเพื่อพัฒนาความรู้แก่ครูในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่บูรณาการการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม
ในเนื้อหาวิชาที่กำลังสอน
โรงเรียนมีการจัดกิจกรรมในวันสำคัญทางศาสนา เพื่อให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางศาสนา โรงเรียนมีการนิมนต์พระ
มาเทศน์ให้นักเรียนฟังในวันสำคัญ เช่น วันปีใหม่ มีการจัดกิจกรรมให้นักเรียนทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ทุกปี
โรงเรียนจัดประกวด "นักเรียนดีเด่นประจำสัปดาห์" ในแต่ละห้อง โดยให้นักเรียนแข่งกันทำความดี โดยเพื่อนนักเรียนร่วมกันเสนอชื่อผู้ที่เข้าประพฤติตนมีวินัยรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ มีความเมตตากรุณา เสียสละ ประหยัด แล้วปิดประกาศหน้าห้องในแต่ละเดือนจะมีการแข่งขันประกวดนักเรียนที่ได้รางวัลระดับชั้นเรียน และในภาคเรียนมี
การแข่งขันระดับโรงเรียนสำหรับนักเรียนระดับชั้น ป.5 และ ป.6 โรงเรียนจัดโครงการ "การเข้าค่ายเพื่อพัฒนาคุณธรรม"

โดยจัดนอกสถานที่ มีการพักค้างคืน ใช้เวลา 2 วัน 1 คืน เพื่อฝึกให้นักเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน มีการพัฒนาคุณธรรม โดยเฉพาะความรับผิดชอบ ความเสียสละและความมีระเบียบวินัย
ผลการดำเนินงาน
ผลการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ พบว่ามีผู้สนใจเข้าร่วมเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด มีการดำเนินการต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจัด
ประกวดนักเรียนดีเด่นประจำปี / สัปดาห์ เป็นกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นให้นักเรียนพัฒนาตนเองให้เป็นไปตามเกณฑ์อย่างเห็นได้ชัด
โครงการเข้าค่ายฯ ประสบความสำเร็จดีมาก ผู้ปกครองและนักเรียนพอใจในด้านพฤติกรรมการสอนของครูนั้นพบว่าครูประมาณ
ร้อยละ 65 มีการสอนแบบบูรณาการโดยการสอดแทรกคุณธรรมในระหว่างการเรียนการสอน
สัมฤทธิผลของการดำเนินงาน
โดยภาพรวมนักเรียนของโรงเรียนร้อยละ 90 เป็นผู้ที่มีคุณธรรม จริยธรรม ลักษณะคุณธรรมที่เด่นของนักเรียนในโรงเรียน คือ
ความซื่อสัตย์ ความมีระเบียบวินัย สถิติของหายในโรงเรียนมีน้อยมาก ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีความพอใจในพฤติกรรมของนักเรียน
อย่างไรก็ตาม พบว่านักเรียนระดับชั้น ป.5 - ป.6 ซึ่งเป็นเด็กโต เริ่มมีความย่อหย่อนด้านการรักษาวินัย และความประหยัด
โรงเรียนได้รับประกาศเกียรติคุณยกย่องจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ ในปี พ.ศ. 2542 ด้านการส่งเสริมทะนุบำรุงศาสนาและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นรางวัลที่แสดงถึงการพัฒนา คุณธรรม จริยธรรมแก่นักเรียน อย่างไรก็ตาม ผลปรากฏว่าครูบางส่วนประมาณร้อยละ 65 ยังไม่ได้ใช้วิธีการสอนแบบบูรณาการคุณธรรมในขณะสอน ต้องมีการกำหนดแผนพัฒนาต่อไป

แนวทางการพัฒนาปรับปรุง
1. เน้นการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมสำหรับเด็กชั้นประถมศึกษาตอนปลายให้มากกว่าเดิม เนื่องจากนักเรียนเริ่มย่างเข้าสู่วัยรุ่น
คุณธรรมที่ต้องส่งเสริม คือ ด้านความมีวินัย ในปี พ.ศ. 2546 นักเรียนของโรงเรียนร้อยละ 95 ต้องมีคุณธรรมตามเกณฑ์ที่กำหนด
2. จัดทำแผนพัฒนาครูเกี่ยวกับการสอนคุณธรรม จริยธรรมแบบบูรณาการกำหนดเป้าหมายอยู่ที่กลุ่มอาจารย์ประมาณ 5-6 คน
ที่ยังไม่มีทักษะการสอนแบบนี้
3.1.4 ทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการเรียนรู้ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
วิธีการพัฒนา
ในการจักการเรียนการสอน ผู้สอนได้ข้อสรุปตกลงกันว่าจะมีการพัฒนาทักษะการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองโดยการให้ทำรายงาน ครูจัดเตรียมเอกสารไว้ที่ห้องสมุดเพื่อให้นักเรียนสามารถค้นคว้าได้ นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้นักเรียนศึกษาแหล่งค้นจากที่อื่นด้วย นักเรียนได้รับมอบหมายให้ทำรายงานเป็นกลุ่ม
ประมาณ 2 สัปดาห์ต่อครั้ง ครูจะมีการพานักเรียนเข้าห้องสมุดหรือออกนอกห้องเรียน เพื่อให้นักเรียน
ได้เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้อื่น ๆ
ครูให้นักเรียนจดบันทึกประจำวันในสมุดว่า แต่ละสัปดาห์ได้มีการอ่านหนังสือหรือได้รับความรู้เพิ่มขึ้นจากแหล่งเรียนรู้อะไรบ้าง
แล้วสรุปสาระโดยย่อ นำมาส่งครู
ครูที่ดูแลห้องสมุดจะทำสถิติการใช้ห้องสมุดของนักเรียน แล้วประกาศหน้าห้องว่านักเรียนห้องใดเป็นนักอ่านประจำสัปดาห์
ครูประกาศรายชื่อ "10 อันดับ นักอ่านประจำสัปดาห์"
มีการจัดห้องสมุดเคลื่อนที่ โดยครูให้นักเรียนที่เป็นตัวแทนห้องมายืมหนังสือที่สมาชิกต้องการไปเก็บที่ห้อง เพื่อใช้งานประมาณ
1 สัปดาห์ แล้วนำกลับมาส่ง เนื่องจากนักเรียนมีเรียนเต็มวัน โอกาสเข้าห้องสมุดในช่วงเวลาเรียนจะทำไม่ได้
ในตอนกลางวัน ระหว่างพัก ครูมีการจัดแข่งขันตอบคำถาม โดยมีรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ สัปดาห์ละครั้ง
ผลการดำเนินงาน
กิจกรรมที่ครูจัดให้นักเรียนทำรายงานส่ง ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จ แหล่งค้นคว้าของนักเรียนมีน้อย และนักเรียนใช้แหล่ง
ค้นคว้าจากห้องสมุดเป็นส่วนใหญ่ แต่กิจกรรมที่ส่งเสริมการรักการเรียนรู้โดยการประกาศรายชื่อนักอ่านได้ผลดีมาก
นักเรียนแข่งกันเข้าห้องสมุด และยืมหนังสือไปอ่าน เพื่อจะได้มีชื่อติดอันดับ และมีผู้สนใจเข้าร่วมแข่งขันตอบคำถาม
ประมาณร้อยละ 30 ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนชั้น ป.5 และ ป.6
สัมฤทธิผลของการดำเนินงาน
นักเรียนประมาณร้อยละ 60 รักการเรียนรู้ และประมาณร้อยละ 50 รู้จักการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ผลจากการสอบพ่อแม่พบว่านักเรียนประมาณครึ่งหนึ่งให้พ่อแม่ค้นหาความรู้ให้ แทนที่จะลงมือทำเอง ในช่วง 3 ปี
ที่ผ่านมาสภาพดังกล่าวยังมีลักษณะเช่นเดิม
แนวทางการพัฒนาปรับปรุง
ครูต้องมีการฝึกนักเรียนให้รู้จักวิธีการค้นหาความรู้ด้วยตนเอง และต้องมีการจัดเตรียมแหล่งค้นให้เพียงพอในช่วงแรก
และเพื่อให้แหล่งค้นมีความหลากหลาย โรงเรียนจัดทำโครงการขอความช่วยเหลือจากชุมชนในการจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ สำหรับให้นักเรียนได้มีโอกาสและรู้จักการค้นคว้าผ่านอินเตอร์เน็ตจำนวน 2 เครื่อง ในปีการศึกษา 2545 และเพิ่มอีก
3 เครื่องในปี 2546 สัมฤทธิผลของการดำเนินงาน

3.1.5 ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรอง และมีวิวัยทัศน์
วิธีการพัฒนา
โรงเรียนส่งเสริมกระบวนการคิดวิเคราะห์ของนักเรียน โดยมีการจัดการเรียนการสอนให้นักเรียนชั้น ป.3 - ป.6 มีการจัดทำ
โครงงาน ปีละครั้ง เพื่อฝึกให้นักเรียนรู้จักคิดวิเคราะห์ วางแผนการแก้ปัญหา นอกจากนี้ในการเรียนการสอนจะมีกิจกรรมฝึก
ให้เด็กรู้จักการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และมีความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน นอกจากนี้การจัดโครงการ "การเข้าค่าย
เพื่อพัฒนาคุณธรรม" มีการจัดกิจกรรมที่ช่วยฝึกทักษะดังกล่าวแก่นักเรียนด้วย
ผลการดำเนินงาน
จากการสังเกตการสอนของครูและพฤติกรรมของนักเรียนพบว่าการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ครูยังไม่สามารถพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักคิดวิเคราะห์ได้ โครงการหรือกิจกรรมที่จัดขึ้นช่วยพัฒนาบุคลิกภาพ ลักษณะนิสัย หรือความกล้าแสดงออกของนักเรียนมากกว่าทักษะการคิด
สัมฤทธิผลของการดำเนินงาน
นักเรียนส่วนใหญ่ยังมีทักษะการคิดวิเคราะห์ในระดับที่ไม่น่าพอใจ นักเรียนที่มีคุณลักษณะตามเกณฑ์ที่ต้องการ มีเพียงร้อยละ 20
แนวทางการพัฒนาปรับปรุง
โรงเรียนมีมีการกำหนดเป้าหมายการพัฒนานักเรียนด้านทักษะการคิดวิเคราะห์คิดสร้างสรรค์ คิดวิจารญาณ โดยมีแผนส่งครูไปฝึกอบรมเพื่อพัฒนาความสามารถในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่จะนำให้ผู้เรียนมีทักษะด้านนี้ นอกจากนี้กำลังวางแผนพัฒนาโครงการจัดการเรียนการสอนแบบโครงงานให้มากยิ่งขึ้น คาดว่าจะได้ผลในปี 2547
3.1.5 ทักษะในการทำงาน รักการทำงาน สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ และมีเจตคติที่ต่ออาชีพสุจริต
วิธีการพัฒนา
โรงเรียนมีการจัดโครงการพิเศษที่มีลักษณะเด่นเพื่อฝึกทักษะอาชีพด้านเกษตรกรรมแก่นักเรียน โดยได้รับความช่วยเหลือจากวิทยาลัยเกษตรกรรมของจังหวัดที่ส่งวิทยากรมมาช่วยให้ความรู้กับนักเรียนสัปดาห์ละครั้ง
เป็นโครงการสำหรับนักเรียนชั้น ป. 5 และ ป.6
ผลการดำเนินงานการดำเนินโครงการประสบผลสำเร็จ วิทยากรสามารถสอนให้นักเรียนทดลองปลูกผักในโรงเรียน ไ
ด้ผลผลิตที่สามารถจำหน่ายได้สัมฤทธิผลของการดำเนินงาน
นักเรียนชั้น ป.5 และ ป. 6 เกือบทั้งหมดมีทักษะอาชีพ สามารถทำงานร่วมกันได้และเรียนรู้การทำงานที่นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ การจัดโครงการพิเศษดังกล่าวประสบความสำเร็จ ชุมชนให้ความสนับสนุนและเห็นคุณค่า อย่างไรก็ตาม โรงเรียนสามารถจัด
โครงการได้เฉพาะนักเรียนชั้น ป.5 และ ป.6 ยังไม่สามารถขยายผลไประดับระดับชั้นอื่นเนื่องจากมีบุคลากรไม่เพียงพอและ
ขาดปัจจัยสนับสนุนการดำเนินงานแนวทางการพัฒนาปรับปรุง
โรงเรียนกำลังจัดทำแผนงานเพื่อขยายโครงการให้ครอบคลุมนักเรียนชั้นอื่น ๆ ด้วย
3.1.7 มีสุนทรียภาพและลักษณะนิสัยด้านศิลปะ ดนตรี และกีฬา
วิธีการพัฒนา
โรงเรียนส่งเสริมให้นักเรียนมีสุนทรียภาพและลักษณะนิสัยด้านศิลปะ ดนตรีและกีฬา ในด้านกีฬา โรงเรียนจัดให้มีการแข่งขัน
กีฬาทุกภาคเรียน เพื่อให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการแข่งขัน โดยพัฒนาให้เป็นนักกีฬาที่ดี หรือเป็นผู้เชียร์กีฬาที่ดี
สำหรับด้านดนตรีนั้นพยายามส่งเสริมให้นักเรียนมีความสามารถในการเล่นดนตรีได้คนละประเภท แต่ทางโรงเรียนมีข้อจำกัด
ด้านอุปกรณ์ดนตรี ซึ่งมีจำนวนน้อย ไม่เพียงพอกับจำนวนนักเรียน ส่วนใหญ่จึงเน้นการฝึกร้องเพลง หรือรำนาฏศิลป์
และมีการประกวดร้องเพลงในวันปีใหม่ โดยให้นักเรียนมีส่วนในการเป็นกรรมการตัดสินกับครู
ด้านศิลปะ มีการจัดประกวดภาพวาดในวันสำคัญ เช่น วันแม่ วันพ่อ และวันสำคัญทางศาสนา มีการประกวดภาพวาดหรืองาน
ศิลปะปีละครั้ง ให้นักเรียนในระดับชั้น ป.5 และ ป.6 ได้มีโอกาสฝึกวิจารณ์งานศิลปะ นอกจากนี้โรงเรียนยังมีนโยบายให้
นักเรียนมีส่วนร่วมในการตกแต่งสถานที่ โดยมีภาพวาดหรืองานศิลปะที่เป็นผลงานของนักเรียนจัดแสดงให้ห้องเรียน
ผลการดำเนินงาน
การส่งเสริมสุนทรียภาพทางด้านกีฬาและศิลปะค่อนข้างประสบความสำเร็จ แต่ด้านดนตรียังต้อพัฒนาต่อไป สาเหตุส่วนหนึ่งเพราะโรงเรียนขาดครูที่มีความสามารถทางดนตรี และอุปกรณ์ดนตรีสำหรับฝึกร้อง
สัมฤทธิผลของการดำเนินงาน
นักเรียนร้อยละ 100 มีส่วนร่วมในการแข่งขันกีฬาสี ทุกคนได้แสดงออกถึงความสามารถทางกีฬา และเป็นผู้ชมที่ดี สำหรับ
ด้านศิลปะพบว่านักเรียนร้อยละ 60 สามารถแสดงออกทางศิลปะได้ดี แต่นักเรียนยังไม่สะท้อนสุนทรียภาพทางดนตรี
เท่าที่ควรโรงเรียนยังไม่มีการส่งเสริมจริงจัง เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณและครูผู้สอน
แนวทางการพัฒนาปรับปรุง
สถานศึกษากำลังขออัตราครูที่มีความถนัดด้านดนตรีสำหรับมาสอนนักเรียนด้านนี้ และขอการสนับสนุนจากชุมชนเรื่อง
อุปกรณ์ดนตรีสำหรับให้นักเรียนฝึกซ้อม
3.2 มาตรฐานด้านที่เกี่ยวกับครู
มาตรฐานด้านนี้มีมาตรฐานย่อย 2 ด้าน แต่เนื่องจากมาตรฐานดังกล่าวมีลักษณะที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน จึงเสนอผลการ
ประเมินในลักษณะสรุปรวม
3.2.1 ครูมีความสามารถด้านการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
โรงเรียนกำหนดแนวทางจัดการเรียนการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีการส่งเสริมพัฒนาบุคลากรครูให้สามารถจัดกิจกรรมการเรียนในรูปแบบดังกล่าวมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 มีครูที่ได้รับการ
ฝึกอบรมจำนวน 10 คน จากครูทั้งหมด 20 คน โดยการคัดเลือกผู้เข้ารับการอบรมจะเน้นผู้ที่มีคุณสมบัติสามารถเป็นแกนนำได้ แกนนำเหล่านี้จะนำความรู้มาขยายผลต่อที่โรงเรียน ในปี พ.ศ. 2543 โรงเรียนมีการจัดประชุมปฏิบัติการเพื่อพัฒนาบุคลากร
ครูของตนเอง
ผลการดำเนินงาน
ครูยังใช้สื่อการสอนน้อยและไม่สามารถจัดกิจกรรมที่สนองความสนใจของนักเรียนได้ดีเท่าที่ควร นอกจากนี้ยังพบว่าการเรียนการสอนยังไม่เป็นแบบบูรณาการและไม่ได้เน้นผู้เรียนเป็นสัญ
สัมฤทธิผลของการดำเนินงาน
ครูร้อยละ 70 ยังใช้วิธีการสอนแบบรายงาน ผลจากการสังเกตพฤติกรรมการสอนในห้องเรียนพบว่าครูยังใช้สื่อการสอนน้อยและไม่สามารถจัดกิจกรรมที่สนองความสนใจ
ของนักเรียนได้ดีเท่าที่ควร การสอนของครูยังใช้เทคนิคที่ไม่หลากหลาย การประเมินผลผู้เรียน แม้จะมีความพยายามกระตุ้นให้ครูใช้วิธีการประเมินผลตามสภาพจริง เช่น การใช้แฟ้มผลงาน แต่ในการปฏิบัติจริงพบว่าส่วนใหญ่ครูยังใช้ข้อสอบในการประเมินนักเรียน
แนวทางการพัฒนาปรับปรุง
รายละเอียดปรากฏในข้อ 3.1.1
3.2.2 ครูมีวุฒิ/ความรู้ ความสามารถตรงกับงานที่รับผิดชอบและมีครูเพียงพอ
วิธีการพัฒนา
แม้ว่าครูในโรงเรียนจะมีจำนวนเพียงพอ แต่ครูในโรงเรียนร้อยละ 20 ยังมีวุฒิ/ความความสามารถไม่ตรงกับงานที่รับผิดชอบ ในรอบสองปีที่ผ่านมาโรงเรียนได้ดำเนินการพัฒนาครูโดยการสนับสนุนให้ครูลาศึกษาต่อในระดับปริญญา 1 รายและส่งครู
ไปรับการฝึกอบรมจำนวน 3 ราย นอกจากนี้โรงเรียนใช้วิธีการเพื่อนสอนเพื่อนให้ครูได้เรียนรู้จากกันและกัน และเรียนรู้จาก
การทดลองแก้ปัญหา

ผลการดำเนินงาน
จากการสนับสนุนให้ครูที่มีวุฒิ/ความรู้ ความสามารถ พบว่ายังไม่ตรงกับงานที่ได้รับผิดชอบ มีการส่งครูไปศึกษา/รับการฝึก
อบรมเพิ่มเติม มีผลทำให้ครูมีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานมากขึ้น การที่ครู ได้เรียนรู้จากกันและกันประกอบกับเรียนรู้
จากการทดลองแก้ปัญหา นอกจากจะทำให้ครูปฏิบัติหน้าที่ได้ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยทำให้ครูมีความใกล้ชิดกันมากขึ้น
สัมฤทธิผลการดำเนินงาน
จากผลการดำเนินงานในรอบสองปีที่ผ่านมามีผลทำให้ครูของโรงเรียนมีวุฒิ/ความรู้ความสามารถตรงกับงานที่รับผิดชอบ
มากขึ้นกว่าเดิม แต่ยังจำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่งด้วย โดยเฉพาะครูคณิตศาสตร์
แนวทางการพัฒนาปรับปรุง
โรงเรียนมีการกำหนดแผนพัฒนาที่มีความถนัดในงานที่รับผิดชอบน้อย และกำลังของอัตรากำลังครูวิชาเอกคณิตศาสตร์
3.3 มาตรฐานที่เกี่ยวกับผู้บริหาร
3.3.1 ผู้บริหารมีภาวะผู้นำ และมีความสามารถในการบริหารจัดการ
วิธีการพัฒนา
โรงเรียนจัดโครงการพัฒนาความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการของผู้บริหารระดับหัวหน้ากลุ่มประสบการณ์ โดยใช้
วิธีการนิเทศภายใน และการศึกษาดูงานจากโรงเรียนอื่น ทั้งนี้หัวหน้ากลุ่มประสบการณ์มีการประชุมแลกเปลี่ยนความรู้
ซึ้งกันและกันเดือนละสองครั้ง มีการอภิปรายถึงสภาพปัญหาและวิธีการแก้ไขตลอดจนสัมฤทธิผลของวิธีการแก้ปัญหา
ผลการดำเนินงาน
ผลการพัฒนาความสามารถในการบริหารจัดการของผู้บริหารระดับหัวหน้ากลุ่มประสบการณ์ พบว่า หัวหน้ากลุ่มประสบการณ์มีความรู้ความเข้าใจเรื่องภาระหน้าที่ควรามรับผิดชอบและวิธีปฏิบัติงานดีขึ้น มีความเข้าใจตรงกัน และปฏิบัติสอดคล้องกันบรรยากาศของการทำงานมีความเป็นประชาธิปไตสูง
สัมฤทธิผลการดำเนินงาน
ปัญหาความขัดแย้งระหว่างครูอาจารย์และผู้บริหารระดับหัวหน้ากลุ่มประสบการณ์ลดน้อยลง การทำงานในระดับกลุ่มประสบการณ
์เสร็จทันกำหนด ไม่ล่าช้า ผลจากการประเมินของกลุ่มบุคลากรในสถานศึกษาพบว่าผู้บริหารทุกระดับมีความเป็นประชาธิปไตย ฟังความคิดเห็นของบุคลากรในสถานศึกษา นอกจากนี้คณะกรรมการโรงเรียนยังมีความพอใจในวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่มีการ
นำเสนอในที่ประชุม แนวทางการพัฒนาปรับปรุง
ผลการประเมินในมาตรฐานดังกล่าวอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โรงเรียนไม่มีแผนพัฒนาผู้บริหารในปัจจุบัน แต่พยายามคงสภาพ
ดังกล่าวให้ยั่งยืนตลอดไป นอกจากนี้ยังเน้นการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ ให้มีโอกาสได้ปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะของผู้นำทีม
3.3.2 การจัดโครงสร้างองค์กร / โครงสร้างและการบริหารงานอย่างเป็นระบบ ครบวงจรให้บรรลุเป้าหมายการศึกษา
วิธีการพัฒนา
ในปี พ.ศ. 2541 การแสปฏิรูปการศึกษาเริ่มขยายตัวมากขึ้น โรงเรียนมีการจัดทำธรรมนูญโรงเรียน โดยมีการระดม
ความคิดเห็นของผู้ปกครอง ชุมชน บุคลากรในสถานศึกษามาร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์ของโรงเรียน มีการวางเป้าหมาย
การพัฒนาโรงเรียนซึ่งเป็นที่รับรู้ทั่วกัน ทั้งนี้โรงเรียนมีแผนงานปรับปรุงโครงสร้างการบริหารโดยสร้างความเข้มแข็ง
ในระดับกลุ่มประสบการณ์หรือหมวดวิชา มีเป้าหมายว่าในอนาคตสามารถกระจายอำนาจการบริหารสู่ระดับกลุ่มประสบการณ
์หรือหมวดวิชาได้ ในช่วงแรกของการดำเนินงานเป็นการสร้างระบบฐานข้อมูลและระบบงานของครูอาจารย์ในกลุ่มประสบการณ์
แต่ละกลุ่มผลการดำเนินงาน
เนื่องจากการดำเนินงานในระยะแรกเน้นความสำคัญของการพัฒนาตัวบุคคลระดับหัวหน้ากลุ่มประสบการณ์ก่อน จึงไม่มีผลการดำเนินงานด้านการปรับปรุงโครงสร้างของการบริหารงานหรือระบบงาน
สัมฤทธิผลการดำเนินงาน
แม้ว่าจะยังไม่มีผลการดำเนินงานเด่นชัด แต่ครูอาจารย์ในกลุ่มประสบการณ์แต่ละกลุ่มเริ่มตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลง
ในกลุ่มของตน และเริ่มเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความพยายามที่จะสร้างระบบฐานข้อมูลเพื่อใช้ในการบริหารงานพบว่ายังไม่เกิดผล เนื่องจาขาดบุคลากรในการดำเนินงานด้านนี้
แนวทางการพัฒนาปรับปรุง
โรงเรียนจะเร่งพัฒนาระบบการบริหารงานให้เกิดขึ้นโดยเร็ว แนวทางการพัฒนาในอนาคตจะเน้นที่การออกแบบระบบการนิเทศ
ติดตาม ประเมินผล และระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหารงานให้เสร็จ
3.3.3 สถานศึกษามีการจัดกิจกรรมและการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
วิธีการพัฒนา
ในการวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญนั้น โรงเรียนมีนโยบายให้ครูในแต่ละระดับชั้นจัดทำแผนการสอนแบบบูรณาการและแบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยมีการ
อบอรพัฒนาครู มีระบบการส่งเสริมให้ครูจัดการเรียนการสอนที่หลากหลาย กระตุ้นให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์ ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น
และมีการประเมินพัฒนาผู้เรียนอย่างหลากหลาย
เพื่อเป็นการควบคุม กำกับติดตามการดำเนินงานของครู โรงเรียนแต่งตั้งคณะกรรมการให้มีหน้าที่ตรวจสอบแผนการสอนของคร
ู และสังเกตการสอนในห้อง ภาคเรียน ละ 2 ครั้ง มีการนิเทศการสอน และให้ข้อคิดเห็นเพื่อปรับปรุงการเรียนการสอนโดยการจัด
ประชุมครูที่เกี่ยวข้อง และอภิปรายแนวทางการพัฒนาการเรียนการสอนของครูที่ถูกสังเกตการสอนร่วมกัน
ในช่วงปลายภาคเรียนมีการประเมินพฤติกรรมการสอนของครูโดยนักเรียนอย่างเป็นทางการสำหรับนักเรียนชั้น ป.5 และชั้น ป.6 ซึ่งมีวุฒิภาวะเพียงพอที่จะให้ข้อมูลได้เพื่อให้ข้อมูลสะท้อนการจัดการเรียนการสอนของครู
ผลการดำเนินงาน
โรงเรียนเพิ่งมีการดำเนินงานตามนโยบายดังกล่าวเป็นปีแรก ผลการดำเนินงานยังไม่ชัดเจน โดยเฉพาะคุณภาพของการจัด
กิจกรรมการเรียนการสอนของครู แต่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสังเกตการสอนของครูในห้องเรียน และมีการประเมินครูครบ
ทุกคนแล้วเป็นแรกสัมฤทธิผลการดำเนินงาน
ผลการประเมินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ พบว่า แม้โรงเรียนจะมีการกำหนดนโยบาย
ให้ครูปฏิบัติ แต่สภาพที่เกิดขึ้นจริง การจัดการเรียนการสอนของครูยังเป็นแบบบรรยาย และใช้เทคนิคการสอน และการประเมินผล
เพียง 1-2 วิธี ข้อสอบปรนัยยังเป็นเครื่องมือหลักของการประเมินผลผู้เรียน นอกจากนี้ยังพบว่าการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้
ในการสอนยังมีอยู่น้อยมาก การจัดกิจกรรมที่เน้นการคิดวิเคราะห์ยังไม่ประสบความสำเร็จ นักเรียนส่วนใหญ่ยังมีปัญหา
ด้านการคิดวิเคราะห์ อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จคือ การจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมการทำงาน
ร่วมกัน ความเป็นประชาธิปไตย การส่งเสริมคุณธรรม และกิจกรรมที่พัฒนาสุนทรียภาพด้านต่าง ๆ
แนวทางการพัฒนาปรับปรุง
สถานศึกษาเน้นการพัฒนาอบรมครู โดยอาศัยครูแกนนำเป็นหลักในการขยายผลแต่ก็พบว่ากิจกรรมการเรียนการสอน
ของครูยังไม่สาารถกล่างอ้างได้ว่าเป็น
แบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้กิจกรรมการเรียนการสอนแบบนี้เกิดขึ้น โรงเรียนมีแผนการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม
มากขึ้น คือ การให้ครูมีการดำเนินงานเป็นทีมหรือคณะทำงานที่คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยมีการจับกลุ่มตามวิชา
หรือระดับชั้น ประมาณกลุ่มละ 4-5 คน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนช่วยเหลือและการกำกับซึ่งกันและกัน


3.3.4 การส่งเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับชุมชนในการพัฒนาสถานศึกษา
วิธีการพัฒนา
เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน และความร่วมมือจากชุมชนในอดีตที่ผ่านมามีค่อนข้างน้อย โรงเรียนได้พยายามกระตุ้นส่งเสริมให้ครูทุกคนทำความรู้จักและเชิญผู้ทรงคุณวุฒิในท้องถิ่นและผู้ปกครองมาร่วมกิจกรรม
กับทางโรงเรียนมากขึ้น และขณะเดียวกันโรงเรียนจัดทีมครูฝ่ายกิจกรรมพิเศษที่เป็นคนในพื้นที่ออกไปร่วมกิจกรรมกับชุมชน
มากขึ้นผลการดำเนินงาน
ผลการดำเนินงานที่เห็นชัดคือจำนวนผู้ปกครองที่มาร่วมกิจกรรมของโรงเรียนมีมากขึ้นประมาณร้อยละ 20 และครูในโรงเรียนได้รับเชิญเป็นที่ปรึกษาหรือกรรมการในการดำเนินงานของชุมชนทั้งภาครัฐและเอกชนเพิ่มขึ้นประมาณ
ร้อยละ30 ของปีที่ผ่านมาสัมฤทธิผลการดำเนินงาน
ลักษณะการร่วมกิจกรรมของชุมชนส่วนใหญ่เป็นเพียงการเข้ามาเป็นผู้ชม หรือเป็นผู้ร่วมกิจกรรมยังไม่ใช่การเข้าร่วมดำเนินการ
ตั้งแต่ขั้นการวางแผนงาน ไปจนถึงขั้นประเมินผลการดำเนินงาน นอกจากนี้การเข้าร่วมกิจกรรมของครูในชุมชนส่วนใหญ่ยังเป็นกิจกรรมเชิงสังคมและการเมืองมากกว่ากิจกรรมวิชาการ สัมฤทธิผลในประเด็นนี้ทางโรงเรียนกำลังพิจารณาปรับปรุง
แนวทางการพัฒนาปรับปรุง
โรงเรียนกำลังปรับปรุงวิธีการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของโรงเรียน เพื่อให้ชุมชนได้ข้อมูลเกี่ยวกับคามก้าวหน้าของโรงเรียน นอกจากนี้โรงเรียนกำลังสำรวจรายชื่อบุคคลในท้องถิ่นกับความสามารถของแต่ละบุคคลเพื่อจัดทำฐานข้อมูลเกี่ยวกับบุคลากร
ในชุมชน ข้อมูลดังกล่าวคาดว่าจะช่วยทำให้โรงเรียนสามารถเชิญชวนกลุ่มบุคคลเป้าหมายที่สามารถสนับสนุนหรือมีส่วนร่วม
ในการพัฒนาโรงเรียนได้ดี
3.3.5 มีหลักสูตรที่เหมาะสมกับผู้เรียนและท้องถิ่น และมีสื่อการเรียนการสอนที่เอื้อต่อการเรียนรู้
วิธีการพัฒนา

โรงเรียนยังมิได้มีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดหลักสูตรที่เหมาะสมกับผู้เรียนและท้องถิ่นมากนัก ส่วนใหญ่เป็นการพัฒนาครูในโรงเรียนให้มีความรู้ความสามารถในการผลิตสื่อการเรียนการสอนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ โดยใช้วัสดุ
พื้นบ้าน และวัสดุเหลือใช้ เนื่องจากโรงเรียนมีงบประมาณไม่มากนัก แนวทางการพัฒนาได้จากการที่โรงเรียนส่งครูไปดูการ
ผลิตสื่อการสอนที่โรงเรียนอื่น และนำตัวอย่างมาใช้เป็นแนวทางให้ครูพัฒนาขึ้นใช้ในชั้นเรียน


ผลการดำเนินงาน
การส่งครูไปดูงานที่โรงเรียนอื่นเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จ ครูสามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้ได้ อย่างไรก็ตาม ขอบเขตของการดำเนินงานยังอยู่ในวงแคบ มีครูเพียง 5 คน ที่ได้มีโอกาสดูงาน จึงต้องมีกิจกรรมการขยายผลในเรื่องต่อไปนี้
สัมฤทธิ์ผลการดำเนินงาน
ครูส่วนใหญ่สามารถผลิตสื่อการสอนและนำไปใช้ประโยชน์ได้ แต่มีครูบางคนไม่เห็นด้วย ยังพอใจที่จะสอนโดยวิธีเดิมและ
สื่อสำเร็จรูปมากกว่าจะใช้สื่อที่ผลิตเอง นอกจากนี้ยังพบว่านักเรียนส่วนใหญ่ที่เรียนกับครูที่ใช้สื่อการสอนที่ผลิตขึ้นเองมี
ความสนใจการเรียนมากขึ้น นักเรียนหลายคนมาสามาช่วยครูทำสื่อการสอน ความสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียนเพิ่มขึ้น
เป็นผลพลอยได้้
แนวทางการพัฒนาปรับปรุง
โรงเรียนดำเนินการได้เพียงการพัฒนาความรู้ด้านสื่อการสอน แต่ด้านการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นยังไม่สามารถดำเนินการ โรงเรียนมีแผนพัฒนาครูทุกคนให้มีความรู้ความสามารถและสามารถจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นได้ภายในปี พ.ศ. 2545 โดยจะมีการเชิญวิทยากรเข้ามาในโรงเรียนเพื่อให้ความรู้ในปลายปี พ.ศ. 2544 นี้ ขณะนี้ได้มีการระดมงบประมาณสนับสนุน
การดำเนินงานดังกล่าวจากชุมชน ตลอดช่วง 1 ปี ต่อไปนี้จึงเป็นระยะเตรียมการเพื่อพัฒนาบุคลากรให้พร้อมในการจัดทำ
หลักสูตรที่เหมาะสมกับท้องถิ่น
4. แนวทางการพัฒนาสถานศึกษาในอนาคต

4.1 ผลการประเมินตามมาตรฐานโดยสรุปรวม
การประเมินการดำเนินงานของโรงเรียนพบว่าบางมาตรฐานโรงเรียนมีผลการดำเนินงานใน
ระดับที่นี่พอใจแต่บางมาตรฐานโรงเรียนยังดำเนินการได้ไม่เป็นที่น่าพอใจ ซึ่งสรุปได้ดังต่อไปนี้
4.1.1 มาตรฐานที่มีผลการดำเนินงานน่าพอใจ
มาตรฐานที่เกี่ยวกับผู้เรียน
(1) เมื่อเปรียบเทียบกับนักเรียนทั่วประเทศพบว่าความรู้ทางวิชาการกับวิชาวิทยาศาสตร์ และภาษาไทย และทักษะการสื่อสาร
ของนักเรียนอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ
(2) นักเรียนปลอดยาเสพย์ติด 100% จากจากนี้ยังมีสุขภาพแข็งแรง ผู้ที่มีน้ำหนักส่วนสูงตามเกณฑ์มาตรฐานมีประมาณร้อยละ
92 ส่วนใหญ่มีสุขภาพจิตดี แจ่มใส ร่าเริง สมรรถภาพทางการอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจถึงร้อยละ 95
(3) นักเรียนร้อยละ 90 เป็นผู้ที่มีคุณธรรม จริยธรรม ลักษณะคุณธรรมที่เด่นชัดของนักเรียนในโรงเรียน คือ ความซื่อสัตย์
ความมีระเบียบวินัย
(4) นักเรียนชั้น ป.5 และ ป.6 เกือบทั้งหมดมีทักษะพื้นฐานในการทำงานได้ สำหรับระดับชั้นอื่นนั้น นักเรียนได้รับการฝึก
ให้รักการทำงาน (แต่ยังไม่เห็นผลชัดเจนในด้านทักษะการทำงาน
(5) นักเรียนส่วนใหญ่มีทักษะกีฬาและเป็นผู้ชมที่ดี สำหรับด้านศิลปะพบว่า นักเรียนร้อยละ 60 สามารถแสดงออกทางศิลปะได้ดี
มาตรฐานที่เกี่ยวกับครู
(6) สถานศึกษายังมีครูที่มีวุฒิ / ความรู้ความสามารถและที่ยังสอนไม่ตรงกับวิชาที่รับผิดชอบ ซึ่งต้องมีการส่งไปศึกษา /
รับการฝึกอบรมเพิ่มเติม
มาตรฐานที่เกี่ยวกับผู้บริหาร
(7) ผู้บริหารโรงเรียนมีภาวะผู้นำสูง และได้ริเริ่มพัฒนาความสามารถในการบริหารจัดการของหัวหน้ากลุ่มประสบการณ์ การทำงานในระดับกลุ่มประสบการณ์เสร็จทันกำหนด ไม่ล่าช้า
(8) ผู้บริหารสามารถสร้างความตระหนักให้ครูอาจารย์ในกลุ่มประสบการณ์เริ่มตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงในกลุ่มของตน และเริ่มเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานมากขึ้น มีการจัดระบบโครงสร้างการบริหารที่มีแนวโน้มจะเป็นการบริหารแบบอิง
โรงเรียน (school-based management)
4.1.2 มาตรฐานที่ยังดำเนินการได้ไม่เป็นที่พอใจ
มาตรฐานที่เกี่ยวกับผู้เรียน
(1) ความรู้ด้านคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ยังต้องปรับปรุง เนื่องจากคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ และพัฒนาการทางการเรียนในแต่ละวิชายังไม่เห็นผลชัด
(2) นักเรียนร้อยละ 75 มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้อง ชอบรับประทานอาหารขนมประเภทขบเคี้ยว ขนมถุงและ
ของหมักดอง
(3) นักเรียนยังไม่สะท้อนสุนทรียภาพทางดนตรีเท่าที่ควร เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณและครูผู้สอน
(4) นักเรียนที่รักการเรียนรู้มีประมาณร้อยละ 60 และประมาณร้อยละ 50 รู้จักการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง นักเรียนประมาณครึ่งหนึ่งให้พ่อแม่ค้นหาความรู้ให้แทนที่จะลงมือทำเอง ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่น่าพอใจ
(5) นักเรียนส่วนใหญ่ยังมีทักษะการคิดวิเคราะห์ในระดับที่ไม่น่าพอใจ นักเรียนที่มีคุณลักษณะตามเกณฑ์ที่ต้องการมี
เพียงร้อยละ 20
มาตรฐานที่เกี่ยวกับครู
(6) ครูร้อยละ 70 ยังใช้วิธีการสอนแบบบรรยาย ใช้สื่อการสอนน้อยและไม่สามารถจัดกิจกรรมที่สนองความสนใจของนักเรียน
ได้ดีเท่าที่ควร การสอนของครูยังใช้เทคนิคที่ไม่หลากหลาย การประเมินผลผู้เรียน แม้จะมีความพยายามกระตุ้นให้ครูให้วิธีการ
ประเมินผลตามสภาพจริง เช่น การใช้แฟ้มผลงาน แต่ในการปฏิบัติจริงพบว่า ส่วนใหญ่ครูยังใช้ข้อสอบในการประเมินนักเรียน
มาตรฐานที่เกี่ยวกับผู้บริหาร
(7) ผู้บริหารใช้แผนเชิงรุก สร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนและชุมชน แต่ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จตามเป้าหมายเท่าที่ควร การเข้าร่วมกิจกรรมของครูในชุมชนส่วนใหญ่ยังเป็นกิจกรรมเชิงสังคมและการเมืองมากกว่ากิจกรรมวิชาการ
(8) โรงเรียนยังไม่สามารถส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นได้สำเร็จ
4.2 จุดแข็งและจุดอ่อนของโรงเรียน
4.2.1 จุดแข็งของโรงเรียน
(1) โรงเรียนประสบความสำเร็จในการพัฒนาร่างกาย อารมณ์ จิตใจ และสังคมตามเป้าหมายและวิสัยทัศน์ที่กำหนด นักเรียน
ของโรงเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และสุขภาพแข็งแรงทั้งด้านร่างกายและจิตใจ นักเรียนของโรงเรียนมีสุนทรียภาพทางศิลปะ
และกีฬา (ยกเว้นด้านดนตรี) ทักษะการทำงานร่วมกันและมีนิสัยรักการอ่าน
(2) ครูอาจารย์และผู้บริหารของโรงเรียนได้รับการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา บุคลากรทุกฝ่ายมีการทำงานแบบร่วมมือ ทุกคนมีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาสถานศึกษาและมีระบบกลไกติดตามการดำเนินงานที่ดี
(3) เงื่อนไขปัจจัยที่ทำให้โรงเรียนดำเนินงานประสบความสำเร็จส่วนหนึ่งมาจากความสามารถในการทำงานแบบร่วมมือของ
บุคลากรในโรงเรียน ซึ่งยุทธวิธีสำคัญที่ผู้บริหารใช้ในการดำเนินงาน นอกจากนี้ยังพบว่าบุคลากรส่วนใหญ่ของโรงเรียนมีความ
กระตือรือร้น สนใจใฝ่รู้ที่จะปฏิรูปการเรียนรู้และปฏิรูปการบริหาร ทำให้สามารถพัฒนาโรงเรียนให้มีการเปลี่ยนแปลงไปใน
ทิศทางที่ดีขึ้นหลายประการ ทั้งที่เริ่มมีการดำเนินงานในเรื่องนี้เพียง 2-3 ปีที่ผ่านมา
4.2.2 จุดอ่อนของโรงเรียน
(1) แม้ครูจะได้รับการพัฒนาโดยการฝึกอบรม แต่ในทางปฏิบัติจริง ลักษณะการเรียนการสอนของครูยังไม่เป็นไปตามแนวปฏิรูป
การเรียนรู้ คือ แบบผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด การสอนของครูยังเป็นแบบบรรยาย และเทคนิคการสอนและการประเมินผลยัง
ไม่หลากหลาย
(2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนยังต้องพัฒนาอีกมาก โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ พัฒนาการของ
นักเรียนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 ยังเห็นไม่ชัดเจน ยังมีลักษณะที่เปลี่ยนแปลงแบบขึ้น ๆ ลง ๆ
(3) นักเรียนยังจำเป็นต้องได้รับการฝึกฝนด้านทักษะการคิดวิเคราะห์ การแสวงหาความรู้ด้วยต้นเอง โดยเฉพาะด้านการค้นคว้า
ความรู้ผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งยังทำได้น้อยเนื่องจากโรงเรียนไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับให้นักเรียนใช้
(4) ผู้บริหารและครูกระตือรือร้นที่ดำเนินการจัดการศึกษาที่สนองนโยบายการปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจังและเข้มแข้ง แต่ยังขาดความรู้ความเข้าใจที่ชัดเจนในเชิงมโนทัศน์ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายครบถ้วน
4.3 แผนพัฒนาสถานศึกษา
โรงเรียนมีแผนพัฒนาสถานศึกษาโดยกำหนดเป็นแผน 3 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2544 - 2546 รายละเอียดมีดังต่อไปนี้
4.3.1 แผนพัฒนาบุคลากร
(1) โรงเรียนมีแผนการพัฒนาครูอาจารย์โดยการจัดอบรมครูเพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถต่อไปนี้
(1.1) ทักษะการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
(1.2) แผนพัฒนาครูด้านความรู้ทางวิชาการด้วยนอกเหนือจากด้านเทคนิคการจัดการเรียนการสอนเพียงอย่างเดียว
(1.3) การบูรณาการการเรียนการสอนด้วยการสอดแทรกคุณธรรม
(1.4) การสอนแบบโครงงาน
(1.5) การปฏิรูปการเรียนรู้และการปฏิรูปการบริหาร
(2) โรงเรียนจัดทำโครงการขอความร่วมมือกับสถาบัน ……… สำหรับพัฒนาความรู้แก่ครูผู้สอน และจัดทำสื่อการเรียนการสอนสำหรับวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ
4.3.2 แผนการจัดหาทรัพยากร
(1) โรงเรียนจัดทำโครงการขอความช่วยเหลือจากชุมชนในการจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับให้นัเรียนได้มีโอกาสและ
รู้จักการค้นคว้าผ่านอินเตอร์เน็ตจำนวน 2 เครื่อง ในปีการศึกษา 2545 และเพิ่มอีก 3 เครื่องในปี 2546
(2) ขอการสนับสนุนจากชุมชนเรื่องอุปกรณ์ดนตรีสำหรับให้นักเรียนฝึกซ้อม
4.3.3 แผนการจัดหาอัตรากำลังเพิ่ม
โรงเรียนกำลังขออัตราครูที่มีความถนัดด้านดนตรีสำหรับมาสอนนักเรียนด้านนี้
4.3.4 แผนพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน
(1) โรงเรียนกำหนดนโยบายการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของครู โดยยังคงนโยบายการสังเกตการสอนของครู
ภาคเรียนละ 2 ครั้ง
(2) โรงเรียนกำหนดระบบการนิเทศ การกำกับ ติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานของครูและบุคลากรอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง
(3) โรงเรียนกำหนดให้ครูทุกคนจัดทำแผนการสอนและเสนอให้คณะกรรมการตรวจสอบก่อนการนำไปปฏิบัติอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ทั้งนี้ผู้สอนต้องรับรู้ตรงกันว่าแนวทางการจัดการเรียนการสอนต้องใช้เทคนิคการสอนและการประเมินผลที่หลากหลาย ทั้งนี้จะมีการรายงานสรุปผลการตรวจแผนการสอนให้ครูทราบในที่ประชุมครูเดือนละครั้ง
4.4 สิ่งที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือ
1. ความช่วยเหลือด้านวิทยากรในการพัฒนาครูจากสถาบันอุดมศึกษาท้องถิ่น
2. การช่วยเหลือจากชุมชนและหน่วยงานต้นสังกัดในการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น
3. การช่วยเหลือด้านงบประมาณในการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ดนตรีในจากภาครัฐและเอกชน
4. เอกสาร คู่มือเกี่ยวกับการจัดการศึกษาที่เน้นผู้เรียนสำคัญที่สุด และการปฏิรูปการเรียนรู้และการปฏิรูปการบริหาร